ผู้ก่อการร้าย

มิมบัรออนไลน์

คุตบะห์วันศุกร์  3 รอบีอุ้ลเอาวัล 1433    (วันศุกร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2555)

ผู้ก่อการร้าย

الْحَمْدُ لِلَّهِ رَبِّ الْعَالَمِينَ

 إِنَّ الدِّينَ عِنْدَ اللَّهِ الإسْلامُ وَمَا اخْتَلَفَ الَّذِينَ أُوتُوا الْكِتَابَ إِلا مِنْ بَعْدِ مَا جَاءَهُمُ الْعِلْمُ بَغْيًا بَيْنَهُمْ وَمَنْ يَكْفُرْ بِآيَاتِ اللَّهِ فَإِنَّ اللَّهَ سَرِيعُ الْحِسَابِ

 فَإِنْ حَاجُّوكَ فَقُلْ أَسْلَمْتُ وَجْهِيَ لِلَّهِ وَمَنِ اتَّبَعَنِ وَقُلْ لِلَّذِينَ أُوتُوا الْكِتَابَ وَالأمِّيِّينَ أَأَسْلَمْتُمْ فَإِنْ أَسْلَمُوا فَقَدِ اهْتَدَوْا وَإِنْ تَوَلَّوْا فَإِنَّمَا عَلَيْكَ الْبَلاغُ وَاللَّهُ بَصِيرٌ بِالْعِبَادِ

 إِنَّ الَّذِينَ يَكْفُرُونَ بِآيَاتِ اللَّهِ وَيَقْتُلُونَ النَّبِيِّينَ بِغَيْرِ حَقٍّ وَيَقْتُلُونَ الَّذِينَ يَأْمُرُونَ بِالْقِسْطِ مِنَ النَّاسِ فَبَشِّرْهُمْ بِعَذَابٍ أَلِيمٍ

 

ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย

ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเหตุการณ์มากมายที่เราได้สัมผัส หลายเหตุการณ์มีบทเรียนแห่งการดำเนินชีวิต   ให้เราได้เรียนรู้ เพื่อปรับปรุงตนเอง ปรับปรุงพฤติกรรม และถ่ายทอดบทเรียนดังกล่าว เพื่อเป็นแนวทาง ดำเนินชีวิต ซึ่งเราต้องจำแนกบทเรียนดังกล่าว ตามบริบทและวิถีทางที่เที่ยงตรง เพื่อตอบโจทย์บทเรียนดังกล่าว ให้ดำเนินไปในแนวทางที่เที่ยงแท้ มิใช่แนวทางของผู้หลงผิด และแนวทางแห่งมารร้ายที่พากันชักชวนให้เราละเมิดบทบัญญัติ ตามความต้องการแห่งกิเลส และความอยากมีอยากได้ในสิ่งต่างๆ ตามความปรารถนา จึงขอเตือนตนเอง และท่านทั้งหลาย จงยึดมั่นตามแนวทางและคำสอนของท่านศาสดา  และย้ำเตือนตนเองให้ยำเกรงต่อพระองค์ ยึดมั่นในแนวทางแห่งพระเมตตาของพระองค์ เพราะนั่นคือหนทางแห่งผู้มีชัย หาใช่หนทางของพวกที่หลงผิดและพวกที่บิดเบือน ซึ่งจะบั่นทอนการกระทำของเราที่จะเข้าใกล้ชิดกับพระองค์ในวันแห่งการตัดสิน

ท่านทั้งหลาย

เพื่อนบ้านของเรา เป็นกระจกหรือกล่าวอีกนัยหนึ่งว่าเป็นผู้ที่จะสะท้อนให้เราเห็นได้ว่า พฤติกรรมของเราเป็นเช่นไร บางครั้งเราสามารถคัดกรอง การเลือกที่จะคบใครเป็นมิตรแท้ ที่จะพูดจาหรือปรับทุกข์ในเรื่องราวต่างๆ การปรึกษาหารือ เพื่อประกอบการตัดสินใจ รวมไปถึงการปรึกษาหารือในเรื่องราวส่วนตัวปัญหาชีวิต และเรื่องราวอื่นๆ ที่เราสามารถจะพูดจาในเรื่องนั้นๆ ด้วยการแสดงออกถึงความเป็นมิตรแท้เช่นกัน เราสามารถที่จะบ่งบอกได้ว่า การคบหาสมาคมกับเพื่อนบ้านของเราในระดับ หรือมีขีดจำกัดในการคบหาสมาคมกับเขาเหล่านั้น บางครั้งเราอาจทะเลาะเบาะแว้งกับเพื่อนบ้าน จากมิตรภาพที่มีต่อกัน กลายเป็นศัตรู มีความแค้น มีความโกรธกัน บางครั้งเป็นญาติของเรา ตระกูลเดียวกัน แต่ด้วยอารมณ์หนึ่ง ที่บ่งบอกถึงความขัดแย้งกัน เราและเขาต่างหมางเมินกัน ไม่มองหน้ากัน เกลียดชังกัน แสดงออกถึงความเป็นศัตรูกัน ทั้งๆ ที่ท่านศาสดา (ซ.ล.) มิได้สร้างแนวทางเช่นนั้น ซึ่งการเป็นศัตรูกันระหว่างเพื่อนบ้าน คือรอยแยก หรือความแตกร้าวที่ทำให้หลายๆ คน ต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยความระแวง ความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมไปถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชน อันจะนำมาซึ่งความเดือดร้อน ในที่สุดต้องมีหน่วยงาน หรือองค์กรหนึ่ง จากภายนอกเข้ามาไกล่เกลี่ย สร้างความปรองดองให้เกิดขึ้น เพื่อความผาสุกในการดำเนินชีวิต

ความเป็นเพื่อนบ้าน การที่เราต้องแสดงออกถึงความเป็นมิตรแท้ด้วยมิตรภาพที่มีต่อกัน ด้วยจิตใจที่แสดงออกถึงมิตรไมตรีที่มีให้กัน เป็นแนวทางปฏิบัติที่ท่านศาสดา (ซ.ล.) ได้แจ้งไว้ในอัลฮาดีสของท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อนบ้านใกล้กัน และญาติสนิท ของเรา ที่เราต้องแสดงออกถึงความมีน้ำใจไมตรี ซึ่งรวมไปถึงเพื่อนบ้านของเราที่เป็นชนต่างศาสนิกของเรา เพื่อที่เราจะได้ใช้ชีวิตอยู่อย่างผาสุก และอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุขภายใต้ความปรองดองระหว่างกัน การให้อภัยต่อกัน ความเกรงใจกันในบางครั้งที่เราต้องละเมิด หรือแสดงออกถึงการเอาเปรียบกัน ในบางเรื่อง เช่นกัน ในสังคมชุมชนระหว่างประเทศ ความเป็นเพื่อนบ้าน     แม้จะมีลัทธิการปกครองที่แตกต่างกัน ความเป็นเพื่อนบ้านกัน จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องดูแลกันเป็นพิเศษ      การทะเลาะเบาะแว้งกับเพื่อนบ้าง การสร้างความร้าวฉานกับเพื่อนบ้าน คืออันตรายที่จะนำพาความเดือดร้อนให้กับเรา เป็นความเดือดร้อนที่เราพึงหลีกเลี่ยง เพื่อที่เราจะได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยความร่มเย็นเป็นสุข ในวิถีชีวิตที่แต่ละคนอะลุ้มอล่วย เกรงใจกัน ปรองดองกัน ในบางครั้งอาจเกิดความระหองระแหงต่อกัน     แต่เราสามารถไกล่เกลี่ยด้วยความพอใจของทุกฝ่ายได้เป็นอย่างดี แต่สำหรับเพื่อนบ้านที่จ้องที่จะเอารัดเอาเปรียบต่อกัน มุ่งแต่จะกอบโกยผลประโยชน์ของตนเอง เพียงเพื่อให้คนในบ้านนั้นได้รับประโยชน์สูงสุดมากกว่าคนอื่นๆ เพียงเพราะเขาควบคุมกลไกการใช้อำนาจตัดสินใจในชุมชนของเขา เพื่อนบ้านอย่างนี้      เราต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมในเนื้อหาและสาระที่เราจะตรวจสอบการกระทำของเพื่อนบ้านคนนั้น

ท่านทั้งหลาย

จากข่าวสารในรอบสัปดาห์ จะเห็นถึงการป่าวประกาศของยักษ์ใหญ่มหาอำนาจ ที่กระทำตนเป็นตำรวจโลก ใช้สื่อสารมวลชนเพื่อที่จะแสดงให้กับสังคมชุมชนโลก พิจารณาไตร่ตรองถึงการเดินทางมายังประเทศไทย เนื่องจากมีการตรวจพบว่า  บุคคลกลุ่มหนึ่งกำลังจะใช้ประเทศไทยเป็นแหล่งพังพิง หรือแสดงออกถึงการก่อเหตุการณ์ร้ายแรงขึ้นในประเทศไทย แต่หากย้อนรอยกลับไปถึงความชอกช้ำใจของกลุ่มชนอีกกลุ่มชนหนึ่งที่ถูกละเมิดอธิปไตย หรือลิดรอนสิทธิของพวกเขา เช่น “ชนชาติปาเลสไตน์” ที่ต้องทนทุกขเวทนา จากการเรียกร้องเอกราชของเขา ทั้งที่มหาอำนาจดูเหมือนจะจริงจังกับการเรียกร้องสิทธิมนุษยชน แต่สำหรับ         ชนปาเลสไตน์ พวกเขาถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน เพียงเพราะการเรียกร้องอิสรภาพของพวกเขาจากการกระทำของชนชาติอิสราเอล เป็นการตบหน้ายักษ์ใหญ่ที่มุ่งแสวงหาผลประโยชน์อย่างเต็มที่บนความจำกัดของทรัพยากรธรรมชาติโดยเฉพาะน้ำมันดิบในประเทศตะวันออกกลาง จะเห็นว่า ความทุกขเวทนาของ           ชาวปาเลสไตน์ หาใช่แนวทางแห่งการประกาศสิทธิมนุษยชนของยักษ์ใหญ่ แต่เมื่อใดที่ชาวปาเลสไตน์    หรือชนชาติอาหรับบางกลุ่ม แสดงออกถึงการแก้แค้น การทวงสิทธิของพวกเขา กลับถูกตอกย้ำว่าเขาเหล่านั้นกำลังกระทำตนเป็น “ผู้ก่อการร้าย” โดยเฉพาะมุสลิมชนกลุ่มน้อยในประเทศต่างๆ ที่เรียกร้องสิทธิอันเป็นสิ่งอันพึงมีพึงได้และสิทธิที่พวกเขาได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย หรือรัฐธรรมนูญของรัฐ ที่พวกเขาสามารถแสดงออกได้อย่างเหมาะสม

หลายๆ ครั้ง มุสลิมตัวเล็กๆ ดิ้นรนร้องทุกข์ เพื่อแสดงออกถึงความมีสิทธิ เสรีภาพที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายของบ้านเมือง  กลับถูกตราหน้าจากทางสังคมหรือแม้แต่พี่น้องมุสลิมเองกลับเดียดฉันท์ หรือติฉินนินทาให้ร้ายป้ายสี ทั้งๆ ที่ เขาทำเพื่อสังคมโดยรวมหาใช่ความสบายอกสบายใจของเขาเหล่านั้น บทบาทผู้ก่อการร้าย จึงเป็นประเด็นที่คนส่วนใหญ่สนใจในการแสดงออกของกลุ่มมุสลิมกลุ่มเล็กๆ เช่นเดียวกับกลุ่มชนเหล่านั้นถูกจับตามองการเคลื่อนไหวในสถานที่ต่างๆ โดยลืมมองถึงความชอกช้ำและการดิ้นรนต่อสู้เพื่อให้เขาเหล่านั้นได้มีทางออกต่อการดำเนินชีวิต มีทางออกที่สังคมโดยรวมจะให้การยอมรับและได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย ในบางครั้งผลประโยชน์มากมายของยักษ์ใหญ่ ถูกครอบงำในเชิงการบริหารกิจการจากชนชาติ “ยิว” หรืออีกนัยหนึ่ง กลุ่มชนที่สืบเชื้อสายจากชนชาติ “อิสราเอล” จะเห็นว่า     การขับเคลื่อนในทางเศรษฐกิจของยักษ์ใหญ่ การดำเนินธุรกิจมหาชนมากกว่าร้อยละ 80 ของทุนมหาชนของยักษ์ใหญ่ ที่กระจายไปทั่วโลก ทั้งสินค้าและบริการ  ถูกขับเคลื่อนด้วยชนชาติดังกล่าว  การดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจ การค้าขาย และความมั่นคงทางการทหาร ซึ่งรวมถึงอาวุธสงคราม ถูกกำหนดนโยบายจากกลุ่มทุนทางเศรษฐกิจที่มีอิทธิพลก้าวล่วงทั้งในเชิงการเมืองและการคทหารที่ครอบงำการตัดสินใจบนตัวแทนที่ทำหน้าที่ทางการบริหารและนิติบัญญัติผ่านกระบวนการทางรัฐสภาของยักษ์ใหญ่มหาอำนาจ กระนั้นก็ตามนโยบายในการบริหารประเทศและบริหารโลกก็ถูกจำกัดเพียงกลุ่ม “ยิว” ไม่กีกลุ่มที่ขับเคลื่อนกลุ่มทุนของตนผ่านตัวแทนทางพรรคการเมืองที่หมุนเวียนกันเข้ามาบริหารประเทศ แสวงหาประโยชน์สูงสุดบนทรัพยาการธรรมชาติอันจำกัดในดินแดนต่างๆ ทั่วทั้งโลก โดยที่การละเมิดเกิดขึ้นภายใต้แนวทางกำจัดคนที่ไม่เห็นด้วย เห็นแย้ง ไม่ก้มหัวให้ โดยมุ่งมั่นเพียงประโยชน์สูงสุดที่กลุ่มเขาเหล่านั้นมีความต้องการ จะเห็นได้จากการสร้างสถานการณ์เพื่อกำจัดผู้นำจนทำลายชนทั้งชาติทำนอง “เผาบ้านเพื่อกำจัดหนูเพียงตัวเดียว” เช่นเหตุกการณ์ในอิรัก เป็นการแสดงออกถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยทาสีว่าเป็นการกำจัดระเบิดนิวเคลียร์เพราะมีสายข่าวรายงานถึงการละเมิดที่จะใช้ระเบิดนิวเคลียร์ทำลายล้างชนชาติ “ยิว” หรืออีกนัยหนึ่ง ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของยักษ์ใหญ่มหาอำนาจ  แต่ในที่สุดเมื่อกำจัด “ซัดดัม ฮุสเซ็น” แล้ว กลับไม่สามารถนำอาวุธนิวเคลียร์มายืนยันได้แม้แต่ลูกเดียว โดยที่ความเสียหายทั้งหลายเกิดแต่ชนชาติอิรักทั้งปวง ซึ่งต้องใช้เวลาในการบูรณาการอีกชั่วอายุคน จะเห็นว่าแนวทางในแก้ไขปัญหาต่างๆ บนสังคมชุมชนโลกถูกจัดการภายใต้แรงบันดาลใจของยักษ์ใหญ่มหาอำนาจนั้น บนกรอบแนวคิดของผู้ก่อการร้าย จึงเป็นตัวแบบที่ใช้กันโดยแพร่หลายในโลกปัจจุบัน บทบาทการดำเนินแนวคิดที่มุ่งมั่นรักษาผลประโยชน์ในกลุ่มพวกของตนเพียงด้านเดียวโดยลืมมองคุณค่าในความเป็นมนุษย์ของชนชาติอื่น โดยมีฉากบังหน้าในการรักษาสิทธิมนุษยชน เช่นนี้ มีมาเป็นเวลายาวนาน จากำเนิดของชนชาติยิว และจากโองการ จากอัลกุรอ่าน ซูเราะห์อาลิอิมรอน Al-Qur’an, 003.019-021 (Aal-E-Imran [The Family of Imran]) ความว่า

 

003.019 إِنَّ الدِّينَ عِنْدَ اللَّهِ الإسْلامُ وَمَا اخْتَلَفَ الَّذِينَ أُوتُوا الْكِتَابَ إِلا مِنْ بَعْدِ مَا جَاءَهُمُ الْعِلْمُ بَغْيًا بَيْنَهُمْ وَمَنْ يَكْفُرْ بِآيَاتِ اللَّهِ فَإِنَّ اللَّهَ سَرِيعُ الْحِسَابِ

003.019 The Religion before Allah is Islam (submission to His Will): Nor did the People of the Book dissent therefrom except through envy of each other, after knowledge had come to them. But if any deny the Signs of Allah, Allah is swift in calling to account.

19. แท้จริงศาสนา ณ อัลลอฮ์นั้นคือ อัลอิสลาม(หมายถึงศาสนาแห่งการเชื่อฟัง และปฏิบัติตามโดยปราศจากการจัดแย้ง) และบรรดาผู้ที่ได้รับคัมภีร์ (หมายถึง ยิวและคริสต์) มิได้ขัดแย้งกันนอกจากหลังจากที่ได้รับความรู้ (หมายถึงความรู้จากอัลกุรอาน ที่ท่านนะบีนำมา)มายังพวกเขาเท่านั้น ทั้งนี้เนื่องจากความอิจฉาริษยาระหว่างพวกเขา (คืออิจฉาริษยาพวกเขากันเองที่ยอมรับความจริง และศรัทธาต่อท่านนะบี)เอง และผู้ใดปฏิเสธศรัทธาต่อบรรดาโองการของอัลลอฮ์แล้วไซร้แน่นอนอัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงรวดเร็วในการชำระ

003.020 فَإِنْ حَاجُّوكَ فَقُلْ أَسْلَمْتُ وَجْهِيَ لِلَّهِ وَمَنِ اتَّبَعَنِ وَقُلْ لِلَّذِينَ أُوتُوا الْكِتَابَ وَالأمِّيِّينَ أَأَسْلَمْتُمْ فَإِنْ أَسْلَمُوا فَقَدِ اهْتَدَوْا وَإِنْ تَوَلَّوْا فَإِنَّمَا عَلَيْكَ الْبَلاغُ وَاللَّهُ بَصِيرٌ بِالْعِبَادِ

003.020 So if they dispute with thee, say: “I have submitted My whole self to Allah and so have those who follow me.” And say to the People of the Book and to those who are unlearned: “Do ye (also) submit yourselves?” If they do, they are in right guidance, but if they turn back, Thy duty is to convey the Message; and in Allah’s sight are (all) His servants.

20. แล้วหากพวกเขาโต้แย้งเจ้า ก็จงกล่าวเถิดว่าฉันได้มอบใบหน้า (ร่างกาย) ของฉัน (หมายถึงร่างกายทั้งหมดด้วยชาวอาหรับถือว่าใบหน้าเป็นส่วนสำคัญของร่างกายเมื่อระบุถึงใบหน้าจึงหมายถึงร่างกายทั้งหมดด้วย1) แด่อัลลอฮ์แล้ว และผู้ที่ปฏิบัติตามฉัน(ก็มอบ) ด้วยและเจ้าจงกล่าวแก่บรรดาผู้ที่ได้รับคัมภีร์ และบรรดาผู้ที่เขียนอ่านไม่เป็น (คือพวกมุชริกีนมักกะฮ์) ว่า พวกท่านมอบ (ใบหน้าแด่อัลลอฮ์) แล้วหรือ? ถ้าหากพวกเขาได้มอบแล้วแน่นอนพวกเขาก็ได้รับแล้ว ซึ่งแนวทางอันถูกต้อง และถ้าหากพวกเขาผินหลังให้ แท้จริงหน้าที่ของเจ้านั้นเพียงการประกาศให้ทราบเท่านั้น (คือไม่มีหน้าที่บังคับให้ใครศรัทธา) และอัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงเห็นปวงบ่าวทั้งหลาย

003.021 إِنَّ الَّذِينَ يَكْفُرُونَ بِآيَاتِ اللَّهِ وَيَقْتُلُونَ النَّبِيِّينَ بِغَيْرِ حَقٍّ وَيَقْتُلُونَ الَّذِينَ يَأْمُرُونَ بِالْقِسْطِ مِنَ النَّاسِ فَبَشِّرْهُمْ بِعَذَابٍ أَلِيمٍ

003.021 As to those who deny the Signs of Allah and in defiance of right, slay the prophets, and slay those who teach just dealing with mankind, announce to them a grievous penalty.

21. แท้จริงบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา (หมายถึงชาวยิว) ต่อโองการทั้งหลายของอัลลอฮ์ และฆ่าบรรดานะบีโดยปราศจากความเป็นธรรม และฆ่าบรรดาผู้ที่ใช้ให้มีความยุติธรรม จากหมู่ประชาชนนั้น (คือ ฆ่าประชาชนที่เรียกร้องให้มีความยุติธรรม) เจ้า (มุฮัมมัด) จงแจ้งข่าวดี (การแจ้งข่าวลงโทษด้วยคำว่า “ข่าวดี” นั้นเป็นการปรามที่รุนแรงยิ่งแก่ ผู้ที่ดื้อดัน) แก่พวกเขาเถิด ด้วยการลงโทษอันเจ็บแสบ

 

จากโองการที่ได้หยิบยกมาข้างต้น  จะเห็นได้ว่า ผลประโยชน์ของ “ยิว” ที่เขาปกปักรักษาเป็นสิ่งที่สร้างสมกันเป็นวัฒนธรรมของชนชาติ ความป่าเถื่อนในอดีตสั่งสมให้เห็นถึงความเลวร้ายในปัจจุบันที่ดำเนินต่อมาให้ดูเหมือนเขาใจดีมีเมตตา แต่แท้ที่จริง เขาทำเพื่อประโยชน์ในกลุ่มของตนพวกพ้องของตนโดยมองข้ามคุณค่าใมนความเป็นมนุษย์ในชนชาติอื่นๆ การมุ่งมั่นเป็นปฏิปักษ์กับท่านศาสดา (ซ.ล.) เพียงเพื่อรักษาคัมภีร์หรือพันธะสัญญาเดิมในอดีตให้คงอยู่ เป็นการบ่งบอกให้เห็นถึงความเห็นแก่ตัวและความอหังกาที่ท้าทายพระบัญชาของอัลลอฮ์ (ซ.บ.) และแน่นอนว่าในไม่ช้าชนชาติที่มุ่งเอารัดเอาเปรียบต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันนั้น จะต้องถูทดสอบและถูกท้าทายตามความประสงค์ของพระองค์

ท่านทั้งหลาย

ความเพียงพอ ความพอดี และการรักษาคุณค่าในเชิงวัฒนธรรม เป็นแนวทางสากลที่ทำให้คนเรามีความสุข หาใช่การแสวงหาประโยชน์เฉพาะของตนเองโดยมองข้ามความสำคัญของคนอื่น การดูแลและพึ่งพาอาศัยกันในชุมชนทำให้สังคมน่าอยู่ การมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุข คือความต้องการของทุกๆ คนในสังคม ดังนั้น สังคมที่เป็นสุข เป้นสังคมที่ทุกๆ คนในสังคมอยู่กันอย่างราบรื่น ปกป้องและคุ้มครองกันไม่เอารัดเอาเปรียบกัน เห็นอกเห็นใจกัน ไม่เกิดความเหลื่อมล้ำกัน ดูแลและโอบอ้อมอารีซึ่งกันและกัน ไม่หวาดระแวงกัน สังคมเช่นนี้เป็นสังคมแห่งอุดมคติ ที่หาได้ยากในปัจจุบัน ดังนั้น หากเราดูแลซึ่งกันและกัน ไม่เอาเปรียบกัน เช่นนี้ ทุกคนในสังคมจะอยู่กันอย่างมีความสุข ขอให้พิจารณาอัลฮาดีส ความว่า

Truly of those devoted to Me the one I most favour is a believer who is of meagre means and much given to prayer, who has been particular in the worship of his Lord and has obeyed Him inwardly, who was obscure among people and not pointed our, and whose sustenance was just sufficient to provide for him yet he bore this patiently.  Then the Prophet (pbuh) rapped his hand and said: Death will have come early to him, his mourners will have been few,  his estate scant.   Source: Hadith Qudsi 26

 

ท่านทั้งหลาย

ทุกคนมีเวลาเท่ากัน ทุกคนมีลมหายใจเช่นเดียวกัน การดำเนินชีวิตมีความต้องการในปัจจัยสี่ที่ไม่แตกต่างกัน ดังนั้น การที่คนๆ หนึ่งสามารถดำเนินชีวิตไปได้ด้วยความพอเพียง และทุกคนในสังคมรู้จักที่จะแบ่งปันกัน เกื้อกูลกัน เช่นนี้ทุกคนมีความสุข แต่ชุมชนใดที่ขาดซ฿งความรักความปรองดองกัน ไม่สามัคคีกัน มุ่งมั่นที่จะแสวงหาความสุขบนความทุกข์ของคนอื่นแล้ว แน่นอนในไม่ช้าสังคมนั้นต้องดำเนินไปด้วยความหวาดระแวง บ้านที่อยู่ใกล้กันขาดความไว้วางใจกัน สังคมอย่างนี้ในไม่ช้าคงพบจุดจบแห่งความหายนะ และคนที่เอาเปรียบคนอื่นๆ อยู่ตลอดเวลา คนๆ นั้น ไม่สามารถอยู่รอดปลอดภัยอย่างมีความสุขได้ เช่นเดียวกับสังคมชุมชนโลก ความหลากหลาย ความซับซ้อนของปัญหา ตลอดจนแนวทางในการแก้ไขปัญหา แต่หากทุกๆ สังคมมองเห็นคุณค่าและความสำคัญแม้ในชนกลุ่มน้อยที่ต้องการความช่วยเหลือ แน่นอนว่า เราทุกคนต้องช่วยกันดูแล เกื้อกูลกัน แล้วความผาสุกย่อมเกิดขึ้นในทุกสังคม

 

 

  إِنَّ اللَّهَ وَمَلائِكَتَهُ يُصَلُّونَ عَلَى النَّبِيِّ يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا صَلُّوا عَلَيْهِ وَسَلِّمُوا تَسْلِيمًا

رَبَّنَا آتِنَا فِي الدُّنْيَا حَسَنَةً وَفِي الآخِرَةِ حَسَنَةً وَقِنَا عَذَابَ النَّارِ

إِنَّ اللَّهَ يَأْمُرُ بِالْعَدْلِ وَالإحْسَانِ وَإِيتَاءِ ذِي الْقُرْبَى وَيَنْهَى عَنِ الْفَحْشَاءِ وَالْمُنْكَرِ وَالْبَغْيِ يَعِظُكُمْ لَعَلَّكُمْ تَذَكَّرُونَ

 سُبْحَانَ رَبِّكَ رَبِّ الْعِزَّةِ عَمَّا يَصِفُونَ

 وَسَلامٌ عَلَى الْمُرْسَلِينَ

وَالْحَمْدُ لِلَّهِ رَبِّ الْعَالَمِينَ

วัสสลาม

มูฮำหมัด   สันประเสริฐ

26  ซอฟัร 1433

 

อ้างอิง

อัลกุรอ่านฉบับภาษาไทย สมาคมนักเรียนเก่าอาหรับ ดำเนินการจัดพิมพ์โดยกระทรวงกิจการฮัจย์ แห่งราชอาณาจักรซาอุดิอาเบีย   , www.DivineIslam.com

อัลฮาดีซ  :   Hadith of The Day  V 1.0  Freeware by FaridAnasri  avater@muslimonline.com    www.beconvinced.com

 

เกี่ยวกับ sosanpt
วิศวกรรังวัดชำนาญการพิเศษ กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: