แม้ว่าอากาศแปรปรวนก็ขอจงมีจิตใจที่หนักแน่น

มิมบัรออนไลน์

คุตบะห์วันศุกร์  27  ร่อบีอุ้ลอาเคร  1432    (วันศุกร์ที่  1 เมษายน พ.ศ. 2554)

                แม้ว่าอากาศแปรปรวนก็ขอจงมีจิตใจที่หนักแน่น

الْحَمْدُ لِلَّهِ رَبِّ الْعَالَمِينَ

أَوْ كَصَيِّبٍ مِنَ السَّمَاءِ فِيهِ ظُلُمَاتٌ وَرَعْدٌ وَبَرْقٌ يَجْعَلُونَ أَصَابِعَهُمْ فِي آذَانِهِمْ مِنَ الصَّوَاعِقِ حَذَرَ الْمَوْتِ وَاللَّهُ مُحِيطٌ بِالْكَافِرِينَ

 يَكَادُ الْبَرْقُ يَخْطَفُ أَبْصَارَهُمْ كُلَّمَا أَضَاءَ لَهُمْ مَشَوْا فِيهِ وَإِذَا أَظْلَمَ عَلَيْهِمْ قَامُوا وَلَوْ شَاءَ اللَّهُ لَذَهَبَ بِسَمْعِهِمْ وَأَبْصَارِهِمْ إِنَّ اللَّهَ عَلَى كُلِّ شَيْءٍ قَدِيرٌ

 يَا أَيُّهَا النَّاسُ اعْبُدُوا رَبَّكُمُ الَّذِي خَلَقَكُمْ وَالَّذِينَ مِنْ قَبْلِكُمْ لَعَلَّكُمْ تَتَّقُونَ

ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย

จงแสดงออกถึงความยำเกรงต่อพระองค์ให้มากที่สุด จงตระหนักและระวังตนเองหากมีเหตุการณ์ใดๆ ที่อาจส่งผลให้จิตใจของเราอ่อนไหว สั่นคลอน และโน้มตนเองไปสู่หนทางแห่งการเอนเอียงทางด้านการศรัทธา เพราะนั่นคือสิ่งที่บั่นทอนและทำให้เราออกห่างไกลจากแนวทางอันเที่ยงตรงและใกล้ชิดกับพระองค์

หากเราพิจารณาสภาพดินฟ้าอากาศที่แปรปรวนอยู่ในขณะนี้ เป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เป็นเหตุการณ์ที่หลายๆ สำนักต่างวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นอาเพศและเป็นสิ่งบอกเหตุถึงความเลวร้าย การถูกทำลายจากภัยธรรมชาติ หรือหากมองถึงความเห็นของชนกลุ่มหนึ่งกลับมองว่า เหตุการณ์ดังกล่าวจะสะท้อนและบ่งบอกถึงภัยพิบัติครั้งยิ่งใหญ่ ในวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2555 (12122012) แต่ในแนวทางคำสอนของอิสลามที่ท่านศาสดามูฮำมัด (ซ.ล.) ได้รับวะยูฮ์จากพระองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ.) แล้ว เหตุการณ์ในวันกิยามัตจะเกิดขึ้น จะมีสัญญาณทั้งสัญญาณใหญ่และสัญญาณเล็ก ปรากฏขึ้น เป็นสัญญาณเตือนภัยที่เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า จนถึงเหตุการณ์ครั้งสุดท้ายที่จะอุบัติขึ้น แต่สิ่งหนึ่งที่ท่านศาสดาไม่ได้ระบุไว้ คือ กำหนดเวลาที่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนว่าจะเกิดเหตุการณ์นั้นๆ เมื่อใด แต่สิ่งที่แน่นอน คือ เหตุการณ์ในวันกิยามัตนั้น จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

ท่านทั้งหลาย

มนุษย์ มีความเคลื่อนไหวปอย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งความคิด จิตใจ การกระทำ ที่แสดงออกมาทั้งทางกาย วาจา และจิตใจ รวมถึงการแสดงออกทางพฤติกรรม  จะเห็นว่า ผลประโยชน์ของมนุษย์ คือตัวกำหนดที่สำคัญในการแสดงออก หากเมื่อใดที่มนุษย์ได้รับผลประโยชน์มากที่สุด แน่นอนว่าพฤติกรรมที่แสดงออกจะสะท้อนให้เห็นถึงสิ่งที่อยู่ในจิตใจของเขา การกระทำของเขา ซึ่งเขาจะอ่อนโยนหรือแข็งกระด้างต่อผู้หนึ่งผู้ใด และเขาจะให้หรือจะยอมฟังผู้อื่นหรือไม่ ก็ด้วยจิตใจของเขาในขณะนั้น แต่เมื่อใดที่เขาได้รับประโยชน์นั้นในปริมาณที่ลดน้อยลง หรือไม่ไดรับผลประโยชน์ใดๆ ความไม่เพียงพอในจิตใจของเขา ก็จะแสดงออกถึง ความกริ้วโกรธ ความไม่พึงพอใจในสิ่งต่างๆ การเป็นปฏิปักษ์ต่อผู้อื่นที่ได้รับผลประโยชน์นั้นๆ โดยที่เขาไม่ย้อนกลับมาพิจารณาตนเองเลยว่า เขาควรแสดงออกอย่างไร เมื่อได้รับหรือไม่ได้รับผลประโยชน์ต่างๆ เหล่านั้น และเขาได้แสดงออกถึงความยำเกรงต่อพระผู้อภิบาลแห่งสากลโลกแล้วหรือยัง การแสดงออกถึงความยำเกรงอย่างยิ่งนั้น คือ บทบาทของผู้ที่น้อมรับและเกรงกลัวต่อความยิ่งใหญ่ของพระองค์ เป็นความเกรงกลัวที่สะท้อนให้เห็นถึงการมอบหมายชีวิต การมอบหมายอิบาดัร และการมอบหมายในทรัพย์สินและปัจจัยยังชีพต่างๆ ที่พระองค์ทรงตอบรับและจัดสรรด้วยความเมตตากรุณาปราณีต่อเขาเหล่านั้น หาใช่ว่ามวลมนุษย์ พึงแสดงออกถึงความขอบคุณเมื่อได้รับประโยชน์ หากแต่รู้สึกเฉยๆ เมื่อไม่ได้รับ หรือได้รับน้อยลง แน่นอนว่าทุกๆ ริสกีของพระองค์ นั้น คือการทดสอบ ไม่ว่าจะเป็นการทดสอบอันน้อยนิดหรือเป็นการทดสอบที่ยิ่งใหญ่ ก็ตาม สิ่งต่างๆ เหล่านี้เราพึงตระหนักให้มากยิ่ง

ท่านทั้งหลาย

ยามใดที่อากาศแปรปรวน หรือเกิดความเปลี่ยนแปลงใดๆ เกิดขึ้นก็ตาม แนวทางของท่านศาสดาที่แสดงออกต่อเรื่องราวต่างๆ นั้น คือการนิ่งเฉย อดทนต่อปรากฏการณ์ต่างๆ พร้อมทั้งแสดงออกถึงความอดทนในเรื่องราวนั้นๆ เพราะนั่นคือการทดสอบจากพระองค์ เพื่อเตือนตนเองว่า สิ่งที่บกพร่อง สิ่งที่ยังขาดหรือมองข้ามไปนั้น เราคิดทบทวนบ้างหรือไม่ หาแนวทางแก้ไข ด้วยความยำกรงในสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่แสดงออกถึงความท้าทาย ความเห็นที่ปราศจากแนวทางอันเที่ยงตรง เพราะทุกๆ ภัยพิบัติ (บาลา) นั้น มีริสกีแฝงเร้นไว้ การทดสอบจากพระองค์ จะมีรางวัลอันยิ่งใหญ่อยู่เสมอ ขอเพียงเราทั้งหลาย อย่าได้บิดพลิ้ว หรือแสดงออกเฉกเช่นเดียวกับชนผู้ปฏิเสธต่อหลักการของพระองค์ ขอให้พิจารณาโองการ 3 โองการจากพระมหาคัมภีร์อัลกุรอ่าน Al-Qur’an, 002.019-021 (Al-Baqara [The Cow]) ความว่า  

002.019 أَوْ كَصَيِّبٍ مِنَ السَّمَاءِ فِيهِ ظُلُمَاتٌ وَرَعْدٌ وَبَرْقٌ يَجْعَلُونَ أَصَابِعَهُمْ فِي آذَانِهِمْ مِنَ الصَّوَاعِقِ حَذَرَ الْمَوْتِ وَاللَّهُ مُحِيطٌ بِالْكَافِرِينَ

002.019 Or (another similitude) is that of a rain-laden cloud from the sky: In it are zones of darkness, and thunder and lightning: They press their fingers in their ears to keep out the stunning thunder-clap, the while they are in terror of death. But Allah is ever round the rejecters of Faith!

19. หรือดังฝนที่หลั่งลงมาจากฟากฟ้า โดยที่ในฝนนั้นมีทั้งบรรดาความมืด ฟ้าคำรน และฟ้าแลบ พวกเขาจึงเอานิ้วมือของพวกเขาอุดหูไว้ เนื่องจากฟ้าผ่า ทั้งนี้เพราะกลัวความตาย (ตามธรรมดาสำหรับผู้มีปัญญานั้น เมื่อกลัวฟ้าผ่า ก็จะต้องหลีกเลี่ยงให้ห่างไกลจากสิ่งที่เป็นสื่อไฟฟ้าเสีย จึงจะได้รับความปลอดภัย ไม่ใช่เอานิ้วมืออุดหู เพื่อไม่ให้ได้ยินเสียฟ้าผ่า แล้วฟ้าก็จะไม่ผ่า อันเป็นการกระทำของผู้ที่ขาดปัญญา ในทำนองเดียวกัน พวกมุนาฟิกที่พยายามหลีกเลี่ยงไม่ยอมฟัง อัล-กรุอาน และคำแนะนำของท่านนะบีนั้น ก็ใช่ว่าจะพ้นการลงโทษของอัลลอฮฺได้ เพียงแต่แก้ตัวว่าไม่เคยได้ยินโองการของอัลลอฮฺและคำแนะนำของท่านนะบีเท่านั้น)และอัลลอฮฺนั้นทรงล้อม(เป็นการแจ้งให้ทราบว่าพวกเขาไม่สามารถจะหนีให้พ้นไปได้ เพราะประหนึ่งพวกเขาถูกล้อมไว้แล้ว) พวกปฏิเสธการศรัทธาเหล่านั้นไว้แล้ว

002.020 يَكَادُ الْبَرْقُ يَخْطَفُ أَبْصَارَهُمْ كُلَّمَا أَضَاءَ لَهُمْ مَشَوْا فِيهِ وَإِذَا أَظْلَمَ عَلَيْهِمْ قَامُوا وَلَوْ شَاءَ اللَّهُ لَذَهَبَ بِسَمْعِهِمْ وَأَبْصَارِهِمْ إِنَّ اللَّهَ عَلَى كُلِّ شَيْءٍ قَدِيرٌ

002.020 The lightning all but snatches away their sight; every time the light (Helps) them, they walk therein, and when the darkness grows on them, they stand still. And if Allah willed, He could take away their faculty of hearing and seeing; for Allah hath power over all things.

20. สายฟ้าแลบแทบจะเฉี่ยวสายตาของพวกเขาไป (อัลลอฮฺทรงเปรียบเทียบว่า ความชัดเจของอัล-กรุอานนั้นให้ความเจิดจ้าประดุจสายฟ้าแลบที่แทบจะเฉี่ยวสายตาของพวกเขาไป) คราใดที่มันให้แสงสว่างแก่พวกเขา พวกเขาก็เดินไปในแสงสว่างนั้น(ทรงเทียบว่า เมื่ออัล-กรุอานได้ให้ความเข้าใจแก่พวกเขา ในสิ่งที่พวกเขายังมืดมนอยู่ (อันเปรียบเสมือนแสงฟ้าแลบที่ให้ความสว่างแก่พวกเขา) พวกเขาก็ปฏิบัติตาม (อันเปรียบเสมือนพวกที่ยืนอยู่กับที่) และเมื่อมันมืดลงแก่พวกเขา พวกเขาก็หยุดยืน แลหากอัลลอฮฺทรงประสงค์แล้ว (ถ้าอัลลอฮฺทรงประสงค์จะลงโทษพวกเขา พระองค์ก็ทรงให้ตาของพวกเขาบอดไปแล้ว เพราะมีตาก็เหมือนไม่มี เนื่องจากไม่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองแต่อย่างใด) แท่นอนก็ทรงนำเอาหูและตาของพวกเขาไปแล้ว แท้จริงอัลลอฮฺนั้นทรงอานุภาพเหนือทุกสิ่งทุกอย่าง

002.021 يَا أَيُّهَا النَّاسُ اعْبُدُوا رَبَّكُمُ الَّذِي خَلَقَكُمْ وَالَّذِينَ مِنْ قَبْلِكُمْ لَعَلَّكُمْ تَتَّقُونَ

002.021 O ye people! Adore your Guardian-Lord, who created you and those who came before you, that ye may have the chance to learn righteousness;

21. มนุษย์เอ๋ย! จงเคารพอิบาดะฮฺ (การให้เอกภาพแเด่อัลลอฮฺด้วยความนอบน้อมถ่อมตน และจงรักภักดีต่อประองค์) พระผู้เป็นเจ้าของพวกเจ้าที่ทรงบังเกิดพวกเจ้า และบรรดาผู้ที่มาก่อนพวกเจ้าเถิด เพื่อว่าพวกเจ้าจะทรงยำเกรง

ขอให้เราทั้งหลายพึงตระหนัก และปรับปรุงตนเองให้ได้ใกล้ชิดต่อพระองค์ และดูแลทุกๆ คนในปกครองให้อยู่ในแนวทางอันเที่ยงตรง ขอฝากอัลฮาดีส ความว่า

A man from among those who were before you was called to account.  Nothing in the way of good was found for him except that he used to have dealings with people and, being well-to-do, he would order his servants to let off the man in straitened circumstances [from repaying his debt].  He (the Prophet p.b.u.h) said that Allah said: We are worthier than you of that (of being so generous).  Let him off.  Source : Hadith Qudsi 12

ทางที่ดีงามที่สุด คือหนทางที่เรานั้นประพฤติปฎิบัติตนในแบบฉบับของท่านศาสดาและแนวทางตามคำสอนของอัลกุรอ่าน อย่าได้ปล่อยจิตใจของเราออกห่างไกล แท้จริงนั้น เราควรจดจำวิธีปฏิบัติและการแสดงออกในหนทางที่ดีงามเฉกเช่นการปฏิบัติตนของท่านศาสดา (ซ.ล.)

  إِنَّ اللَّهَ وَمَلائِكَتَهُ يُصَلُّونَ عَلَى النَّبِيِّ يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا صَلُّوا عَلَيْهِ وَسَلِّمُوا تَسْلِيمًا

رَبَّنَا آتِنَا فِي الدُّنْيَا حَسَنَةً وَفِي الآخِرَةِ حَسَنَةً وَقِنَا عَذَابَ النَّارِ

إِنَّ اللَّهَ يَأْمُرُ بِالْعَدْلِ وَالإحْسَانِ وَإِيتَاءِ ذِي الْقُرْبَى وَيَنْهَى عَنِ الْفَحْشَاءِ وَالْمُنْكَرِ وَالْبَغْيِ يَعِظُكُمْ لَعَلَّكُمْ تَذَكَّرُونَ

 سُبْحَانَ رَبِّكَ رَبِّ الْعِزَّةِ عَمَّا يَصِفُونَ

 وَسَلامٌ عَلَى الْمُرْسَلِينَ

وَالْحَمْدُ لِلَّهِ رَبِّ الْعَالَمِينَ

ว่าบิ้ลลาฮิเตาฟีก วั้ลฮิดายะห์

วัสสลาม

มูฮำหมัด   สันประเสริฐ

อ้างอิง

อัลกุรอ่านฉบับภาษาไทย สมาคมนักเรียนเก่าอาหรับ ดำเนินการจัดพิมพ์โดยกระทรวงกิจการฮัจย์ แห่งราชอาณาจักรซาอุดิอาเบีย  http://www.alquran-thai.com/ShowSurah.asp , www.DivineIslam.com

อัลฮาดีซ  :   Hadith of The Day  V 1.0  Freeware by FaridAnasri  avater@muslimonline.com    www.beconvinced.com

เกี่ยวกับ sosanpt
วิศวกรรังวัดชำนาญการพิเศษ กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: