เป็นมุสลิมให้สมบูรณ์ทั้งกายวาจาและใจ

มิมบัรออนไลน์

คุตบะห์วันศุกร์  13 ซุ้ลฮิจญะห์  1431    (วันศุกร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553)

เป็นมุสลิมให้สมบูรณ์ทั้งกายวาจาและใจ

 

الْحَمْدُ لِلَّهِ رَبِّ الْعَالَمِينَ

الَّذِينَ إِنْ مَكَّنَّاهُمْ فِي الأرْضِ أَقَامُوا الصَّلاةَ وَآتَوُا الزَّكَاةَ وَأَمَرُوا بِالْمَعْرُوفِ وَنَهَوْا عَنِ الْمُنْكَرِ وَلِلَّهِ عَاقِبَةُ الأمُورِ

اللَّهُ لَطِيفٌ بِعِبَادِهِ يَرْزُقُ مَنْ يَشَاءُ وَهُوَ الْقَوِيُّ الْعَزِيزُ

مَنْ كَانَ يُرِيدُ حَرْثَ الآخِرَةِ نَزِدْ لَهُ فِي حَرْثِهِ وَمَنْ كَانَ يُرِيدُ حَرْثَ الدُّنْيَا نُؤْتِهِ مِنْهَا وَمَا لَهُ فِي الآخِرَةِ مِنْ نَصِيبٍ

يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا لا تُلْهِكُمْ أَمْوَالُكُمْ وَلا أَوْلادُكُمْ عَنْ ذِكْرِ اللَّهِ وَمَنْ يَفْعَلْ ذَلِكَ فَأُولَئِكَ هُمُ الْخَاسِرُونَ

وَأَنْفِقُوا مِنْ مَا رَزَقْنَاكُمْ مِنْ قَبْلِ أَنْ يَأْتِيَ أَحَدَكُمُ الْمَوْتُ فَيَقُولَ رَبِّ لَوْلا أَخَّرْتَنِي إِلَى أَجَلٍ قَرِيبٍ فَأَصَّدَّقَ وَأَكُنْ مِنَ الصَّالِحِينَ

 

ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย

การปฏิบัติศาสนกิจที่ผ่านพ้นไป คือการบำเพ็ญหัจญ์ ซึ่งได้สิ้นสุดลงในวันนี้แล้ว แต่มิได้หมายความว่าหน้าที่ของมุสลิมซึ่งเป็นศาสนิกชนนั้นหาได้หมดลงไปไม่ การบำเพ็ญหัจญ์ จึงเป็นการเริ่มต้น การปฏิบัติที่เน้นย้ำถึงความสำคัญการยำเกรงต่อพระองค์ ดังนั้น จึงขอเน้นย้ำเตือนตนเองและท่านทั้งหลายจงยึดมั่นและยำเกรงต่อพระองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ.) ให้มาก การเฉลิมฉลองและการแสดงออกถึงการตอบรับพระบัญชาแห่งพระองค์ การเชือดสัตว์พลีในวันอีดิ้ลอัดฮาและวันตัสรีก นั้น เป็นเสมือนหนึ่งการกระทำเชิงสัญลักษณ์ ที่มีจุดมุ่งหมายและให้ความสำคัญแด่พระองค์ เพราะการเชือดสัตว์พลีนั้น สำหรับพระองค์แล้วคือความยำเกรงที่มีต่อพระองค์ ส่วนเลือดสัตว์ ขนของมัน และเนื้อของมัน นั่นคือผลแห่งความเมตตาของพระองค์สำหรับผู้ที่มุ่งมั่นด้วยความยำเกรงต่อพระองค์ ซึ่งผลทวีคูณตามปริมาณเลือด และขนของมัน ส่วนเนื้อของมันคือความโปรดปราณที่เราทั้งหลายจะได้แบ่งปันให้กับผู้ที่มีสิทธิ์รับซ่ากาต และสำหรับคนทั่วไปที่จะได้ลิ้มรสแห่งความมีสิริมงคล เพื่อที่เราทั้งหลายจะได้เกิดความยำเกรงต่อพระองค์ บนสภาพที่เราทั้งหลายได้ลิ้มรสของเนื้อสัตว์ที่ทำการเชือดพลี

ท่านทั้งหลาย

ภารกิจของเราทั้งหลายมิได้จบสิ้นลงเพียงเท่านั้น ภารกิจของทุกๆ คนไม่มีวันจบสิ้นหากเขายังมีลมหายใจอยู่ การดิ้นรนต่อสู้ตามภารกิจของตน ดังนั้น เราจึงต้องสำรวมตนเอง สำรวมจิตใจใส่ใจในกิจกรรมทั้งกิจกรรมในการดำรงชีพ และกิจกรรมในศาสนกิจแห่งผู้ศรัทธาในความยิ่งใหญ่ของพระองค์ ซึ่งเราต้องมุ่งมั่นและเล็งเห็นผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินศาสนกิจของเราด้วยความมุ่งมั่น เพราะในที่สุดแล้วเราทั้งหลายต่างต้องกลับไปยังพระองค์ พร้อมด้วยข้อมูลแห่งการกระทำในช่วงที่เรายังมีชีวิตอยู่ ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญที่เราต้องนำกลับไปรายงานพระองค์ในวันแห่งการตัดสิน ดังนั้น แม้ว่าในคำสั่งใช้และคำสั่งห้ามของพระองค์ เป็นสิ่งที่เราต้องมุ่งมั่นกระทำให้บรรลุซึ่งจุดมุ่งหมาย หากแต่เราต้องมั่นทบทวนในกิจการทั้งหลายของเราอยู่อย่างสม่ำเสมอ เพราะการปฏิบัติและจิตสำนึกแห่งการศรัทธา ต้องเป็นไปในทำนองเดียวกัน แม้ว่าในการกระทำของเราหากจิตใจของเราไม่สอดคล้องกับการปฏิบัติ เช่นนี้แล้ว กิจกรรมนั้นจะไม่ถูกตอบรับจากพระองค์ แน่นอนว่ากิจกรรมนั้น อาจเป็นโมฆะหรือสูญเปล่าไร้ค่าไม่มีราคาสำหรับพระองค์ ดังนั้น วันนี้การปฏิบัติของเราจึงต้องพิจารณาดูให้ดีว่าเราได้ให้ความสำคัญในหน้าที่ของเราอย่างไรบ้าง เรามีความจริงใจใส่ใจในการกระทำของเรามากหรือน้อยเพียงใด แม้เราได้รับการรับรองถึงการปฏิบัติอันเป็นสัญลักษณ์ ของการเป็นมุสลิม แต่ภายในจิตใจของเรามิได้ใส่ใจถึงความยำเกรงที่มีต่อพระองค์แล้ว เช่นนี้ การงานที่เราปฏิบัติจะเป็นการงานที่พระองค์ไม่ทรงตอบรับ เราจึงต้องมุ่งเน้นคุณค่าและความสำคัญในแต่ละศาสนกิจของเราให้มาก โดยที่การมุ่งมั่นกระทำของเรานั้น ต้องครบถ้วนและสมบูรณ์ ทั้งเนื้อหาทางจิตใจและวาระในการกระทำ โดยที่เราต้องให้ความสำคัญต่อการเรียนรู้และการปฏิบัติให้มีความถูกต้อง ครบถ้วนสมบูรณ์ทั้งเนื้อหาและจุดมุ่งหมายแห่งการกระทำนั้นๆ ดังนั้นเราจึงต้องมุ่งมั่นในการกระทำและออกห่างไกลจากความเป็นผู้สับสนในการปฏิบัติที่การกระทำและสภาวะทางจิตใจที่คลาดเคลื่อน หรือหลงผิดในหลักการศรัทธาและแนวทางปฏิบัติสำหรับมุสลิม เพราะในบางครั้งการปฏิบัติของเราอาจผิดพลาดคลาดเคลื่อนหรือไปสอดรับกับอะกีดะห์ของชนศาสนิกอื่นที่มีแนวปฏิบัติแตกต่างจากการปฏิบัติของมุสลิม เช่น การเชือดสัตว์ กับการแสดงอกถึงความเมตตาต่อสัตว์ การใช้ชีวิตในสังคมที่มีเพื่อนที่มีความแตกต่างกันทางด้านศาสนาและมีแนวปฏิบัติที่แตกต่างกัน ซึ่งเราจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องให้ความสำคัญกับการเรียนรู้วิชาการทางศาสนา เพื่อหาคำตอบในเรื่องที่แตกต่างกัน เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับตนเองและผู้เกี่ยวข้องทั้งหลายได้ตระหนักถึงความสำคัญและข้อแตกต่างที่อาจเป็นข้อขัดแย้งได้ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญในการปฏิบัติศาสนกิจที่แตกต่างกัน เพื่อให้การปฏิบัติของเราไม่ผิดพลาดคลาดเคลื่อน ไม่สับสนและปะปนในหลักการของเรากับของเขา ทั้งนี้เพื่อที่แต่ละคนจะได้ดำเนินชีวิตไปในกรอบและแนวทางศรัทธาที่ไม่ผิดเพี้ยนสับสนและปะปนกันในแนวปฏิบัติและความแตกต่างกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลักการศรัทธาที่เราต้องตรึกตรองอย่างเคร่งครัด ดังนั้น จุดมุ่งหมายแห่งการปฏิบัติของอิสลาม หาใช่มีแนวปฏิบัติที่ยอมรับความหลากหลาย หรือเปลี่ยนไปตามกระแส หากแต่การปฏิบัติของมวลมุสลิมเน้นถึงการปฏิบัติที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานแห่งความยำเกรงต่อพระองค์ ในข้อห้ามและข้อใช้ของพระองค์ ตามตัวบทแห่งโองการ  Al-Qur’an, 022.041 (Al-Hajj [The Pilgrimage]) ความว่า

022.041 الَّذِينَ إِنْ مَكَّنَّاهُمْ فِي الأرْضِ أَقَامُوا الصَّلاةَ وَآتَوُا الزَّكَاةَ وَأَمَرُوا بِالْمَعْرُوفِ وَنَهَوْا عَنِ الْمُنْكَرِ وَلِلَّهِ عَاقِبَةُ الأمُورِ

022.041 (They are) those who, if We establish them in the land, establish regular prayer and give regular charity, enjoin the right and forbid wrong: with Allah rests the end (and decision) of (all) affairs.

[22.41] บรรดาผู้ที่เราให้พวกเขามีอำนาจในแผ่นดิน คือบรรดาผู้ที่ดำรงการละหมาด และบริจาคซะกาตและใช้กันให้กระทำความดี และห้ามปรามกันให้ละเว้นความชั่ว และบั้นปลายของกิจการทั้งหลายย่อมกลับไปหาอัลลอฮ์

 

ดังนั้น เราจึงต้องพิจารณาให้ถ่องแท้ถึงบั้นปลายหรือจุดหมายปลายทางของเราที่ต้องกลับไปยังพระองค์นั้น เรามีสิ่งใดบ้างที่จะแสดงเป็นหลักฐานหรือข้อยืนยันที่ชัดเจนในความยำเกรงต่อพระองค์ กระนั้นก็ตาม การแสวงหาความโปรดปราณ การที่เราจะได้ใกล้ชิดต่อพระองค์ นั้น บทบาทและความสำคัญในการปฏิบัติทั้งกายวาจาและใจนั้นเราต้องสยบหรือยอมมอบหมายแด่พระองค์ทั้งสิ้น ทั้งชีวิตของเราเราต้องบริสุทธิ์ใจต่อพระองค์ ซึ่งหากพิจารณาถึงสภาพการเกิดของเรา ขณะที่เราเกิดมาเราไม่ได้เอาอะไรติดตัวออกมาเลยแม้แต่น้อย ร่างกายและจิตวิญญาณที่พระองค์ทรงให้มา เรามีสติปัญญาที่จะใช้ในการคิดพินิจพิจารณาถึงความดีความชั่วความถูกความผิดการแยกแยะเรื่องราวต่างๆ ที่พระองค์ทรงสร้างหรือได้กำหนดมาให้เราได้ใช้สติปัญญาไตร่ตรองอย่างรอบครอบว่าสิ่งเหล่านั้นเกิด ตั้งอยู่และสูญสลายไปนั้น กฎเกณฑ์ต่างๆที่ถูกกำหนดขึ้นนั้น ใครคือผู้ที่เป็นศูนย์กลางแห่งสรรพสิ่งทั้งหลาย ใครที่เป็นผู้สร้าง ผู้ให้ ที่มีความเมตตากรุณาปราณีอย่างแท้จริงให้กับมวลมนุษยชาติ และมนุษย์ซึ่งเป็นผู้รับประโยชน์จากการสร้างของพระองค์ มนุษย์คืนกลับให้กับพระองค์อย่างไร หรือว่ามนุษย์ไม่ได้ใช้สติปัญญาวินิจฉัยเรื่องราวต่างๆ แล้วได้คำตอบที่คลาดเคลื่อน จนลืมมองถึงความเมตตาของพระองค์ จากโองการ  Al-Qur’an, 042.019-020 (Ash-Shura [Council, Consultation]) ความว่า

 

042.019 اللَّهُ لَطِيفٌ بِعِبَادِهِ يَرْزُقُ مَنْ يَشَاءُ وَهُوَ الْقَوِيُّ الْعَزِيزُ

042.019 Gracious is Allah to His servants: He gives Sustenance to whom He pleases: and He has power and can carry out His Will.

[42.19] อัลลอฮ์ทรงเอ็นดูต่อปวงบ่าวของพระองค์ ทรงประทานปัจจัยยังชีพแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และพระองค์เป็นผู้ทรงพลัง ผู้ทรงอำนาจ

042.020 مَنْ كَانَ يُرِيدُ حَرْثَ الآخِرَةِ نَزِدْ لَهُ فِي حَرْثِهِ وَمَنْ كَانَ يُرِيدُ حَرْثَ الدُّنْيَا نُؤْتِهِ مِنْهَا وَمَا لَهُ فِي الآخِرَةِ مِنْ نَصِيبٍ

042.020 To any that desires the tilth of the Hereafter, We give increase in his tilth, and to any that desires the tilth of this world, We grant somewhat thereof, but he has no share or lot in the Hereafter.

[42.20] ผู้ใดปรารถนาผลตอบแทนของปรโลกเราจะเพิ่มผลตอบแทนของเขาแก่เขา และผู้ใดปรารถนาผลตอบแทนของโลกดุนยา เราจะให้แก่เขาบางส่วนในสิ่งนั้น และสำหรับเขาจะไม่ได้ส่วนใดอีกในปรโลก

 

ซึ่งมนุษย์ซึ่งปรารถนาความสุข ความสะดวกสบายต่างๆ นั้น เราพึงสังวร และคิดถึงการสร้างของพระองค์ ปัจจัยยังชีพทั้งหลาย ความสุขสบายที่เราได้รับ ล้วนมาจากพระองค์แทบทั้งสิ้น  นั่นคือความปรารถนาดีของพระองค์ที่มีมายังมวลมนุษยชาติ แต่บางครั้งมนุษย์ทั้งหลายอาจลืมถึงความยิ่งใหญ่ของพระองค์ ลืมถึงการสร้างของพระองค์ เพราะความสุขสบายที่เขาได้รับ บางครั้งสติปัญญาของมนุษย์มีความคับแคบ มองเลือนลานไปว่า นั่นเป็นเพราะความสามารถของตัวเขาเอง เป็นการดลบันดาลจากสิ่งศักดิ์ที่ไม่มีตัวตน เป็นความภูมิใจ ความหยิ่งยะโสโอหังอันสืบเนื่องมาจากความคิดและความเพียรพยายามของเขาที่สร้างสรรพสิ่งอันเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกแก่เขาจากความสามารถของตัวเขาเอง กระนั้นหรือ เพราะหากเขายำเกรงต่อพระองค์ ใส่ใจในรางวัลที่พระองค์มอบให้ แล้วมองภาพความปรารถนาดีของพระองค์ที่มีต่อเขาทั้งหลายแล้ว แน่นอนว่า มนุษย์นั้นไม่มีใครที่มีความสามารถที่จะได้รับวัตถุปัจจัยในการดำรงชีพได้เลย หากพระองค์ไม่ทรงเมตตาและพระองค์ไม่ได้ทดสอบเขาในเรื่องราวต่างๆ นั้น ดังนั้น เราจึงควรมองดูคนในปกครอง คนที่ต่ำต้อยกว่า คนที่รอคอยปัจจัยยังชีพที่เขาไร้ความสามารถ และรอคอยการช่วยเหลือจากเรา ซึ่งหากเราเปิดใจกว้างและพร้อมในสิ่งที่พระองค์ ทรงชี้นำแล้ว แน่นอนว่า เราได้ยอมรับการทดสอบจากพระองค์ด้วยความยำเกรง ขอให้พิจารณาโองการจากอัลกุรอ่าน  Al-Qur’an, 063.009-010 (Al-Munafiqoon [The Hypocrites]) ความว่า

063.009 يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا لا تُلْهِكُمْ أَمْوَالُكُمْ وَلا أَوْلادُكُمْ عَنْ ذِكْرِ اللَّهِ وَمَنْ يَفْعَلْ ذَلِكَ فَأُولَئِكَ هُمُ الْخَاسِرُونَ

063.009 O ye who believe! Let not your riches or your children divert you from the remembrance of Allah. If any act thus, the loss is their own.

[63.9] โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย อย่าให้ทรัพย์สินของพวกเจ้าและลูกหลานของพวกเจ้าหันเหพวกเจ้าจากการ

รำลึกถึงอัลลอฮ์ และผู้ใดกระทำเช่นนั้น ชนเหล่านั้นคือพวกที่ขาดทุน

063.010 وَأَنْفِقُوا مِنْ مَا رَزَقْنَاكُمْ مِنْ قَبْلِ أَنْ يَأْتِيَ أَحَدَكُمُ الْمَوْتُ فَيَقُولَ رَبِّ لَوْلا أَخَّرْتَنِي إِلَى أَجَلٍ قَرِيبٍ فَأَصَّدَّقَ وَأَكُنْ مِنَ الصَّالِحِينَ

063.010 and spend something (in charity) out of the substance which We have bestowed on you, before Death should come to any of you and he should say, “O my Lord! why didst Thou not give me respite for a little while? I should then have given (largely) in charity, and I should have been one of the doers of good”.

[63.10] และจงบริจาคจากสิ่งที่เราได้ให้ปัจจัยยังชีพแก่พวกเจ้าก่อนที่ความตายจะเกิดขึ้นแก่ผู้ใดในหมู่พวกเจ้า

แล้วเขาก็จะกล่าวว่า ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ มาตรว่าพระองค์ท่านทรงผ่อนผันให้แก่ข้าพระองค์อีกชั่วเวลาเพียงเล็กน้อย เพื่อที่ข้าพระองค์จะได้บริจาค และข้าพระองค์ก็จะอยู่ในหมู่คนดีทั้งหลาย (ผู้ทรงคุณธรรม)

 

กระนั้นก็ตาม สัญลักษณ์ในการแสดงออกถึงความเป็นมุสลิมที่สมบูรณ์ นั้น มิใช่เพียงแค่ชื่อ นามสกุล หรือบิดามารดา วงศ์ตระกูลเท่านั้น แท้จริงแล้ว อยู่ที่การปฏิบัติ และความยำเกรงต่อพระองค์ เมื่อพระองค์ทรงชี้นำเราจากโองการแห่งอัลกุรอ่านที่ได้หยิบยกมาข้างต้น แล้ว การสนองตอบพระบัญชาใช้และห้ามของพระองค์ รวมถึงการสนองตอบต่อการทดสอบจากพระองค์ อาจกล่าวได้ว่า การเป็นมุสลิมนั้นเราต้องเป็นมุสลิมที่สมบูรณ์แบบมากที่สุด ที่แสดงออกมาด้วยกายวาจาและใจ หาใช่แสดงออกเพียงรูปแบบหรือเพียงบางส่วนแล้วซ่อนหรือเคลือบแคลงการปฏิบัติหรือความคิดในบางส่วนเอาไว้ ในปัจจุบัน จะเห็นว่า บางครอบครัว ต้อนรับมุสลิมใหม่กันเป็นจำนวนมาก อาจเป็นการกระทำที่เลียนแบบกัน แล้วเขาที่เข้ามาใหม่รวมทั้งลูกๆ ของเราที่เป็นคนมุสลิมกันตั้งแต่เกิด เราตระหนักถึงความสำคัญในการเป็นมุสลิมที่สมบูรณ์แบบกันบ้างหรือไม่ เรายำเกรงต่อพระองค์มากเพียงใด การปฏิบัติของเราสอดคล้องกับความเป็นมุสลิมมากน้อยเพียงใด และการที่เราต้อนรับเขาเหล่านั้นเรายินดีปรีดาต่อการที่เขาเหล่านั้นเข้ามาในครอบครัวของเรา มีการสร้างทายาทรุ่นต่อๆ ไป แล้วเด็กพันทางเหล่านั้น น้อมยอมรับความเป็นมุสลิมที่สมบูรณ์แบบหรือจะครึ่งๆ กลาง ๆ ตามที่พ่อแม่ของเขาเป็นตัวอย่างผิดๆ ถูกๆ ให้เขาดู วันอีดิ้ลฟิตริและอีดิ้ลอัดฮา พ่อหรือแม่ จูงลูกไปมัสยิด เสร็จแล้ว ในวันตรุษจีน วันลอยกระทง วันสงกรานต์ หรือแม้แต่วันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับวันขึ้นปีใหม่  ทั้งแม่หรือพ่อ ต่างก็จูงเด็กๆ ไปไหว้เจ้า ไหว้ผีบรรพบุรุษ ไปทำกิจกรรมทั้งหลาย ทั้งๆ ที่ กิจกรรมเหล่านั้นเป็นกิจกรรมที่มีรูปแบบการปฏิบัติของศาสนาอื่นๆ  ก็ไปกันโดยไม่ละอายใจไม่สะทกสะท้านใจในความเป็นมุสลิมกระนั้นหรือ เรายอมทำตามๆ กันได้อย่างกระนั้นหรือ คนที่เป็นปู่ ย่า ตายาย ไม่ตะขิดตะขวงใจกันบ้างหรือว่า เขาเหล่านั้นได้ขายจิตสำนึกหรือจิตวิญญาณในความเป็นมุสลิมให้กับคนเหล่านั้นแล้วเราเหนื่อยกันมามากแล้วในการที่จะประพฤติปฏิบัติตนเป็นมุสลิมที่ดี แต่ด้วยความที่เรายำเกรงต่อพระองค์ เราก็พร้อมที่จะเหนื่อยล้า เพื่อที่จะสอบผ่านการทดสอบจากพระองค์ให้ได้ แล้วเรื่องอย่างนี้เราจะปล่อยปละละเลยหรือมองข้ามกันกระนั้นหรือ หรือว่าเราเห็นเพียงสัญลักษณ์ในความเป็นมุสลิมของเราเหลือไว้เพียงการไม่กินหมูที่ต้องเคร่งครัดเอาจริงเอาจังกัน แต่สัญลักษณ์อื่นๆ เรากลับลู่ไปตามลมกัน รวมถึงแง่คิดหรืออะกีดะห์ ความเชื่อของเราที่ผิดเพี้ยนคลาดเคลื่อนตามการปฏิบัติและความเชื่อเช่นเดียวกับชนศาสนิกอื่นๆ ซึ่งเป็นเรื่องเศร้าใจมากในการปฏิบัติที่ออกนอกความจำเริญในอิสลาม  ขอฝากอัลฮาดีส เพื่อเตือนสติตนเองและท่านทั้งหลาย ไว้ดังนี้

 

The Prophet said, “While I was sleeping, a group (of my followers were brought close to me), and when I recognized them, a man (an angel) came out from amongst (us) me and them, he said (to them), ‘Come along.’ I asked, ‘Where?’ He said, ‘To the (Hell) Fire, by Allah’ I asked, ‘What is wrong with them?’ He said, ‘They turned apostate as renegades after you left.’ Then behold! (Another) group (of my followers) were brought close to me, and when I recognized them, a man (an angel) came out from (me and them) he said (to them); ‘Come along.’ I asked, ‘Where?’ He said, ‘To the (Hell) Fire, by Allah.’ I asked, ‘What is wrong with them?’ He said, ‘They turned apostate as renegades after you left.’ So I did not see anyone of them escaping except a few who were like camels without a shepherd.”

Narrated by: Abu Hurira       Source: Sahih Bukhari 8.587

 

ขุมนรกนั้นมีไว้เฉพาะคนที่ปฏิเสธศรัทธา คนที่กระทำความผิดทั้งความผิดต่อเพื่อนมนุษย์ และความผิดต่อพระองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ.)  หากเราจะหลีกหนีความเจ็บปวดที่ถูกบรรยายมาทั้งในอัลกุรอ่าน และพระวจนะของท่านศาสดาแล้ว เราจึงต้องสำรวจตนเอง หมั่นควบคุมดูแลตนเองและคนในครอบครัว จงเป็นมุสลิมที่ดี ที่สมบูรณ์แบบทั้งกายวาจาและใจ แล้วเราพึงสังวรในความเมตตาของพระองค์ เราพึงยำเกรงต่อพระองค์และเราต้องพร้อมเสมอสำหรับการทดสอบจากพระองค์ นั่นคือการเป็นมุสลิมที่สมบูรณ์แบบและนั่นคือเราสนองตอบด้วยแบบฉบับและสัญลักษณ์ในความเป็นมุสลิมอย่างแท้จริง

 

إِنَّ اللَّهَ وَمَلائِكَتَهُ يُصَلُّونَ عَلَى النَّبِيِّ يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا صَلُّوا عَلَيْهِ وَسَلِّمُوا تَسْلِيمًا

رَبَّنَا آتِنَا فِي الدُّنْيَا حَسَنَةً وَفِي الآخِرَةِ حَسَنَةً وَقِنَا عَذَابَ النَّارِ

إِنَّ اللَّهَ يَأْمُرُ بِالْعَدْلِ وَالإحْسَانِ وَإِيتَاءِ ذِي الْقُرْبَى وَيَنْهَى عَنِ الْفَحْشَاءِ وَالْمُنْكَرِ وَالْبَغْيِ يَعِظُكُمْ لَعَلَّكُمْ تَذَكَّرُونَ

سُبْحَانَ رَبِّكَ رَبِّ الْعِزَّةِ عَمَّا يَصِفُونَ

وَسَلامٌ عَلَى الْمُرْسَلِينَ

وَالْحَمْدُ لِلَّهِ رَبِّ الْعَالَمِينَ

ว่าบิ้ลลาฮิเตาฟีก วั้ลฮิดายะห์

วัสสลาม

มูฮำหมัด   สันประเสริฐ

 

อ้างอิง

บทความเรื่อง “การทำฮัจญ์ครั้งสุดท้ายของท่านศาสดา”  จากเวปไซด์ www.muslimthai.com ปี พ.ศ. 2543

Text Copied from DivineIslam’s Qur’an Viewer software v2.9

อัลกุรอ่านฉบับภาษาไทย สมาคมนักเรียนเก่าอาหรับ ดำเนินการจัดพิมพ์โดยกระทรวงกิจการฮัจย์ แห่งราชอาณาจักรซาอุดิอาเบีย   http://www.alquran-thai.com/

อัลฮาดีซ  :   Hadith of The Day  V 1.0  Freeware by FaridAnasri  avater@muslimonline.com www.beconvinced.com

 

เกี่ยวกับ sosanpt
วิศวกรรังวัดชำนาญการพิเศษ กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: