หัจญ์ : การเดินทางครั้งสำคัญและยิ่งใหญ่

มิมบัรออนไลน์

คุตบะห์วันศุกร์  7 ซุ้ลเกาะดะห์  1431    (วันศุกร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2553)

 

หัจญ์  :  การเดินทางครั้งสำคัญและยิ่งใหญ่

الْحَمْدُ لِلَّهِ رَبِّ الْعَالَمِينَ

 وَإِذْ جَعَلْنَا الْبَيْتَ مَثَابَةً لِلنَّاسِ وَأَمْنًا وَاتَّخِذُوا مِنْ مَقَامِ إِبْرَاهِيمَ مُصَلًّى وَعَهِدْنَا إِلَى إِبْرَاهِيمَ وَإِسْمَاعِيلَ أَنْ طَهِّرَا بَيْتِيَ لِلطَّائِفِينَ وَالْعَاكِفِينَ وَالرُّكَّعِ السُّجُودِ

  وَإِذْ قَالَ إِبْرَاهِيمُ رَبِّ اجْعَلْ هَذَا بَلَدًا آمِنًا وَارْزُقْ أَهْلَهُ مِنَ الثَّمَرَاتِ مَنْ آمَنَ مِنْهُمْ بِاللَّهِ وَالْيَوْمِ الآخِرِ قَالَ وَمَنْ كَفَرَ فَأُمَتِّعُهُ قَلِيلا ثُمَّ أَضْطَرُّهُ إِلَى عَذَابِ النَّارِ وَبِئْسَ الْمَصِيرُ

ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย

ขอเตือนตนเองและท่านทั้งหลาย จงปฏิบัติตนให้อยู่ในแนวทางอันเที่ยงตรง เป็นแนวทางที่พระองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ.) ทรงรักและทรงเมตตา และเราทั้งหลายจงยำเกรงต่อพระองค์ให้มากๆ เพราะตามแนวทางที่พระองค์ทรงใช้และทรงห้ามและแนวปฏิบัติแห่งท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ.ล.) นั้น สอดคล้องตรงกันที่ว่าให้เราทั้งหลายออกให้ห่างไกลจากแนวทางที่เสื่อมอันเป็นแนวปฏิบัติของเหล่าชัยตอนมารร้ายลูกหลานของญิบลีส ซึ่งถูกพระองค์ทรงกำหนดโทษอันร้ายแรงจากไฟนรกอันแรงกล้า ดังนั้น การปฏิบัติตนของเราในทุกๆ ศาสนกิจ แนวปฏิบัติของเราจึงพึงยึดมั่นแนวทางแห่งความยำเกรงต่อพระองค์  และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ทุกๆ การกระทำของเรานั้น เราต้องหมั่นปฏิบัติในแนวทางที่สอดคล้องกับภารกิจที่พระองค์ทรงใช้และทรงรับรองให้มากที่สุด ซึ่งระยะห่างระหว่างเราทั้งหลายกับพระองค์ในวันนี้เป็นระยะห่างที่บอกไม่ได้ว่ามีระยะเป็นเท่าใด หากแต่ในวันแห่งการตัดสินแล้ว ระยะห่างดังกล่าวใกล้ชิดกันมากโดยเฉพาะบรรดาผู้ซึ่งปฏิบัติตนอยู่ใสกรอบและการกระทำที่พระองค์ทรงรักและเมตตา แต่สำหรับบรรดาบุคคลที่ประพฤติปฏิบัติตนอยู่นอกแนวทางที่พระองค์ทรงรับรองแล้ว เขาเหล่านั้นคือบรรดาชนที่หลงผิดและรางวัลแห่งการหลงผิดของพวกเขานั้น คือเขามีระยะห่างจากพระองค์ที่ระยะอนันต์ และระหว่างความห่างจากพระองค์นั้น มีเปลวไฟที่แผดเผาพวกเขาเป็นเปลวไฟที่ร้อนแรงและภายในจิตใจของพวกเขาต่างรู้สึกกระวนกระวายใจ มีความทุกข์ใจ และต่างก็จะครุ่นคิดถึงในขณะที่เขาสามารถประพฤติปฏิบัติภารกิจต่างๆในชีวิตประจำวันของเขาเหล่านั้น ทำไมเขาได้ละเลยการปฏิบัติศาสนกิจเพื่อพระองค์ ทำไมเขาหลีกเลี่ยงการปฏิบัติศาสนกิจที่ใช้เวลาน้อยนิดแต่คุณค่าที่พระองค์นั้นยิ่งใหญ่มากทีเดียว ทั้งๆ ที่มนุษย์มีเวลาในแต่ละวันเท่าๆ กัน หากแต่ละคนใช้เวลาที่ได้รับดำเนินชีวิตแตกต่างกัน บางคนหมกมุ่นอยู่กับการทำงานที่ได้ทรัพย์สินมากมายมหาศาล  บางคนหมกมุ่นอยู่กับการดูแลรักษาสอดล่องทรัพย์สินเงินทองลูกหลาน บางคนหมกมุ่นอยู่กับเรื่องราวที่ไร้สาระ แต่สำหรับผู้ศรัทธาแล้วกิจกรรมของเขาในแต่ละเรื่องล้วนเป็นการกระทำอิบาดัรด้วยความยำเกรงต่อพระองค์ ด้วยเจตนา เอาใจใส่ต่อภารกิจ โดยมุ่งหวังความเมตตาจากพระองค์

ท่านทั้งหลาย

การเดินทาง คือภารกิจหนึ่งที่สำคัญ ซึ่งแน่นอนว่าแต่ละการเดินทางนั้นเรามีจุดมุ่งหมายที่แตกต่างกัน บางคนเห็นว่าการเดินทางเพื่อไปทำธุรกรรมต่างๆ บางคนเดินทางโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อการท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ บางคนเดินทางเพื่อมุ่งหวังการทำมาหากินเลี้ยงชีพ ซึ่งในช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่บรรดาญาติมิตรและเพื่อนบ้านของเราหลายๆ ท่านต่างมุ่งมั่นเดินทางไปบำเพ็ญหัจญ์กันอย่างมากมาย ในแต่ละวันมีคนจำนวนมากที่เดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิโดยมีปลายทางที่ซาอุดิอารเบียไม่ว่าจะเป็นเจ็ดดาห์ หรือมาดีนะห์ หลายๆ คนมีความมุ่งมั่นเพื่อที่จะได้สนองตอบพระบัญชาใช้ของพระองค์ มุ่งมั่นเพื่อให้ได้ทรัพย์จำนวนหนึ่งโดยการเก็บหอมรอมริบ หรือการขายทรัพย์สินเพื่อที่จะได้ใช้จ่ายเพื่อการเดินทางไปยังอัลกะห์บะห์ ครั้งหนึ่งในชีวิต ซึ่งถือเป็นการเดินทางอันยิ่งใหญ่และสำคัญเพื่อให้ได้หัจญ์ที่พระองค์ทรงตอบรับและให้การรับรองว่าการเดินทางครั้งนั้น เป็นสิ่งที่ได้รับการสนองตอบจากพระองค์แล้ว ท่านทั้งหลาย สำหรับการเดินทางไปทำหัจญ์นั้น เป็นการเดินทางโดยมีจุดประสงค์สำหรับพระองค์ ขอให้พิจารณาถึงโองการจากอัลกุรอ่านซูเราะห์อัลบ้ากอเราะห์  Al-Qur’an, 002.125-126 (Al-Baqara [The Cow]) ความว่า

002.125 وَإِذْ جَعَلْنَا الْبَيْتَ مَثَابَةً لِلنَّاسِ وَأَمْنًا وَاتَّخِذُوا مِنْ مَقَامِ إِبْرَاهِيمَ مُصَلًّى وَعَهِدْنَا إِلَى إِبْرَاهِيمَ وَإِسْمَاعِيلَ أَنْ طَهِّرَا بَيْتِيَ لِلطَّائِفِينَ وَالْعَاكِفِينَ وَالرُّكَّعِ السُّجُودِ

002.125 Remember We made the House a place of assembly for men and a place of safety; and take ye the station of Abraham as a place of prayer; and We covenanted with Abraham and Isma’il, that they should sanctify My House for those who compass it round, or use it as a retreat, or bow, or prostrate themselves (therein in prayer).

125. และจงรำลึกถึงขณะที่เราได้ให้บ้านหลังนั้นเป็นที่กลับมาสำหรับมนุษย์และเป็นที่ปลอดภัยและพวกเจ้าจงยึดเอาเป็นที่ยืนของอิบรอฮีม( คือ ก้อนหินที่ท่านใช้เป็นที่รองเท้า เพื่อก่ออัล-กะอ์บะฮ์ ซึ่งเรียกกันว่ามะกอมอิบรอฮีม”) เป็นที่ละหมาดเถิด และเราได้สั่งเสียแก่อิบรอฮีม และอิสมาอีลว่า เจ้าทั้งสองจงทำความสะอาดบ้านของข้าเพื่อบรรดาผู้ทำการเฎาะวาฟ (ผู้เดินเวียนซ้ายรอบกะอ์บะฮ์เจ็ดรอบ) และบรรดาผู้ทำการเอียะติกาฟ (ผู้ที่จำกัดตนอยู่ในบริเวณกะอ์บะฮ์ตามจำนวนที่เขากำหนดไว้ เพื่อทำการอิบาดะฮ์ต่ออัลลอฮ์) และบรรดาผู้ที่ทำรุกัวะและสุยูด(ผู้ทำละหมาด)

002.126 وَإِذْ قَالَ إِبْرَاهِيمُ رَبِّ اجْعَلْ هَذَا بَلَدًا آمِنًا وَارْزُقْ أَهْلَهُ مِنَ الثَّمَرَاتِ مَنْ آمَنَ مِنْهُمْ بِاللَّهِ وَالْيَوْمِ الآخِرِ قَالَ وَمَنْ كَفَرَ فَأُمَتِّعُهُ قَلِيلا ثُمَّ أَضْطَرُّهُ إِلَى عَذَابِ النَّارِ وَبِئْسَ الْمَصِيرُ

002.126 And remember Abraham said: “My Lord, make this a City of Peace, and feed its people with fruits,-such of them as believe in Allah and the Last Day.” He said: “(Yea), and such as reject Faith,-for a while will I grant them their pleasure, but will soon drive them to the torment of Fire,- an evil destination (indeed)!”

126. และจงรำลึกถึงขณะที่อิบรอฮีมได้วิงวอนว่า ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์โปรดทรงให้ที่นี่เป็นเมืองที่ปลอดภัย และโปรดประทานบรรดาผลไม้ให้เป็นปัจจัยยังชีพแก่ชาวเมืองนั้นด้วย คือผู้ที่ศรัทธาต่ออัลลอฮ์ และวันปรโลกจากพวกเขา (คือจากลูกหลานของท่านนะบีอิบรอฮีม) พระองค์ตรัสว่า ผู้ใดที่ปฏิเสธการศรัทธา ข้าจะให้เขาได้รับความสำราญชั่วเวลาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ภายหลังข้าจะบีบบังคับให้เขาไปสู่การทรมานแห่งขุมนรก และเป็นจุดหมายปลายทางอันชั่วช้ายิ่ง

จะเห็นว่า คำสั่งใช้ของพระองค์ในเรื่องของการบำเพ็ญหัจญ์ นั้น เพื่อที่ทุกๆ คนที่ได้เดินทางจะได้รำลึกถึงการไปเยือนและทำอิบาดัรสำหรับพระองค์ ซึ่งหากเราพิจารณาถึงชีวประวัติของท่านศาสดาอิบรอฮีมและท่านศาสดา   อิลมาอีลแล้ว  ทั้งสองท่าน คือแบบฉบับของผู้ที่มีความอดทนต่อการทดสอบของพระองค์ เป็นการทดสอบในทุกๆ เรื่องราวทั้งความยากลำบากทางด้านทรัพย์สิน ร่างกาย จิตใจ และความทรมานแล้ว ทั้งสองท่านต่างๆไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคใดๆ ทั้งสิ้น หากว่าสิ่งเหล่านั้นคือพระบัญชาที่มาจากพระองค์ การเดินทางไปบำเพ็ญหัจญ์ มีระยะเวลา การปฏิบัติ และสถานที่ ที่แน่นอน เป็นหลักปฏิบัติที่สำคัญของอัลอิสลาม เพราะในช่วงเวลาของการเดินทางไปประกอบพิธีดังกล่าวนั้น แต่ละคนซึ่งมาจากทุกสารทิศมุ่งตรงไปยังอัลกะบะห์ ทุ่งมีนา มุดดะลีฟะห์ ทุ่งอารอฟะห์ และนครมะดีนะห์  เขาเหล่านั้นล้วนสนองพระบัญชาของพระองค์โดยมีวัตถุประสงค์หลักที่ไม่แตกต่างกัน แต่เนื่องจากความต้องการของมุสลิมทุกๆ คนที่ได้ไปเยือนสถานที่อันสำคัญและยิ่งใหญ่แห่งนี้ พร้อมๆ กัน ในเดือนซุ้ลหิจญะห์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการไปรวมตัวกันที่ทุ่งอาร่อฟะห์ในวันที่ 9 ซุ้ลฮิจญะห์อันเป็นข้อปฏิบัติที่สำคัญยิ่งของการบำพ็ญหัจญ์ ซึ่งนอกเหนือจากบรรดาเหล่าหุจญาตทั้งหลายที่ต้องไปหยุดพัก ณ สถานที่ดังกล่าวตามเวลาที่กำหนดก่อนที่จะเคลื่อนย้ายไปหยุดที่มุตดะลีฟะห์ และไปขว้างเสาหินหน้าเดียวที่ทุ่งมีนาแล้ว  การอำนวยความสะดวกให้กับเหล่าชนที่ไปรวมตัวกัน จึงเป็นภารกิจอันยิ่งใหญ่และสำคัญของผู้ที่ดูแลสถานที่ต่างๆ เหล่านั้น โดยเฉพาะรัฐบาลแห่งราชอาณาจักซาอุดิอารเบีย ซึ่งในการจัดเตรียมสถานที่ต่างๆ การทำความสะอาด การสำรวจความเรียบร้อย ความปลอดภัย ตลอดจนการสอดส่องดูแลมิให้เหล่าบรรดาหุญาตกระทำเกินเลยขอบเขตข้อกำหนดเกี่ยวกับสถานที่ของการบำเบ็ญหัจญ์ ในขณะเดียวกัน ผู้นำกลุ่ม (แซะห์) ทั้งหลายที่นำพาเหล่าบรรดาหุจญาตของตน จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องให้ความสำคัญตลอดในช่วงเวลาแห่งการบำเพ็ญหัจญ์ การดูแลอำนวยความสะดวกให้คำแนะนำต่างไ ตลอดจนการเอาใจใส่ที่ดีต่อกันนับจากออกจากบ้านพักไปยังสถานที่ต่างๆ จนกระทั่งกลับมายังภูมิลำเนาหลังจากเสร็จสิ้นพิธีอันยิ่งใหญ่นั้น สำหรับบางคนแล้ว การไปหัจญ์นั้น อาจเป็นภาพประทับใจในชีวิตที่ต่างรอคอยกันมาตลอดชีวิต แต่สำหรับบางคนการไปหัจญ์ถือเป็นธุรกิจที่ต้องดูแลอำนวยความสะดวกแก่หมู่คณะและเป็นอาชีพที่เขาใช้ในการเลี้ยงดูตนเองและครอบครัว แต่ก็มีบ้างสำหรับบางคนที่เป็นเหลือบคอยเอารัดเอาเปรียบคนที่เขาดูแลโดยปราศจากการรับผิดชอบ ทั้งๆ ที่เขาเหล่านั้นมุ่งหวังที่จะได้เดินทางสนองตอบคำเรียกร้องของพระองค์ การมอบหมายให้เหล่าบรรดาผู้นำหัจญ์นำพาเขาเหล่านั้นตลอดการเดินทาง ดังนั้น ขอให้เหล่าบรรดาผู้นำหัจญ์ทั้งหลายจงพิจารณาด้วยความยำเกรงต่อพระองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ.) ให้มากที่สุด เพราะนั่นคือการแสดงออกถึงการตอบรับต่อพระองค์   ซึ่งในแต่ละปีของการบำเพ็ญหัจญ์ มีบทเรียนมากมายให้จดจำทั้งในภาพรวมที่ดีและภาพที่แย่ๆ ซึ่งเป็นสิ่งทีมีมาช้านาน ตราบเท่าที่แต่ละคนมีหน้าที่ที่ต้องไปเยือนอัลกะห์บะห์ของพระองค์

ท่านทั้งหลาย

การประกอบศาสนกิจ และอิบาดัรที่สำคัญยิ่งนั้น จุดมุ่งหมายปลายทางของอิบาดัร นั่นคือ การปฏิบัติด้วยความยำเกรงต่อพระองค์ เป็นความยำเกรงที่มุ่งมั่นตรงต่อพระองค์ หาใช่แสดงออกมาเพื่อให้คนอื่นๆ ได้เห็นแล้วกล่าวด้วยความชื่นชม เพราะนั่นเป็นอันตรายอย่างยิ่งของการมุ่งมั่นอิบาดัรต่อพระองค์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแล้วการบำเพ็ญหัจญ์ ซึ่งเป็นอิบาดัรที่เข้างวดในเรื่องเวลาและสถานที่ที่กำหนด ซึ่งแตกต่างจากการละหมาด ที่กำหนดเพียงช่วงเวลาไม่กำหนดเรื่องสถานที่แต่ยกเว้นเพียงบางสถานที่เท่านั้นที่ห้ามทำการละหมาด  หรือการถือศีลอดที่กำหนดเรื่องเวลาและช่วงเดือนที่กำหนด หรือการบริจาคซะกาตที่กำหนดไว้ถึงจำนวนทรัพย์สินที่ครบกำหนดเวลาหากถึงเกณฑ์กำหนดแล้วต้องนำสินทรัพย์นั้นมาออกซะกาตให้กับเหล่าบรรดาผู้ที่มีสิทธิ์ แต่สำหรับการบำเพ็ญหัจญ์แล้ว เวลา ช่วงเวลา สถานที่ ที่กำหนดอย่างชัดเจน ดังนั้น จึงมีเพียงสถานที่ที่กำหนดไว้ เป็นที่ๆ ทุกๆ คนมุ่งไป ซึ่งคนที่อยู่ห่างไกลต้องใช้กำลังทรัพย์ กำลังกาย ตลอดจนในช่วงแห่งการเดินทางจะต้องเหลือทรัพย์สินส่วนหนึ่งไว้สำหรับผู้อยู่ใต้การปกครองเพื่อที่จะได้ใช้สอยตามความจำเป็น ดังนั้น การเดินทางไปบำเพ็ญหัจญ์ จึงมุ่งหวังที่จะได้เดินทางด้วยความปลอดภัยทั้งในเรื่องของสุขภาพ และทรัพย์สินที่นำไปด้วย ดังนั้น การเดินทางไปบำเพ็ญหัจญ์ จึงเป็นการเดินทางครั้งสำคัญ หากการปฏิบัติขาดตกบกพร่องแล้วในบางกรณีอาจต้องเสียค่าปรับ (ดัม) แต่ในบางกรณีไม่สามารถชดเชยได้ ผู้ที่ขาดตกบกพร่องในเรื่องราวนี้ ถือว่าเสียหัจญ์ และเขาต้องกลับไปทำการบำเพ็ญหัจญ์ใหม่ในปีถัดไป ดังนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เหล่าบรรดาหุจญาตทั้งหลายจะต้องให้ความสำคัญต่อการทำความเข้าใจในเรื่องของการบำเพ็ญหัจญ์ให้มาก ทั้งในช่วงก่อนการเดินทาง ขณะเดินทาง และเมื่อไปพำนักยังที่พักในประเทศซาอุดิอารเบียทั้งที่มักกะห์หรือมะดีนะห์ (เฉพาะผู้ที่ไปเยือนมัสยิดอัลนะบะวีย์ก่อนการทำหัญจญ์) เพราะในบางเรื่องของการบำเพ็ญหัจญ ความที่คนจำนวนมากกรูกันเพื่อแย่งชิงพื้นที่ หรือกระชับพื้นที่ทั้งในขณะที่เดินต่อวาฟบัยตุ้ลลอ์อัลหะรอม และในช่วงที่ไปขว้างเสาหินทั้งสามต้นที่ทุ่งมินา อาจทำให้เราบกพร่องต่อภารกิจที่เรามุ่งมั่นได้ ทั้งนี้อาจด้วยจิตใจที่ถูกกระทบด้วยการแย่งชิง การไม่เกรงใจระหว่างกัน ทั้งนี้ด้วยความแตกต่างในเรื่องเชื้อชาติ วัฒนธรรม และประเพณีปฏิบัติของแต่ละเชื้อชาติพันธุ์เหล่านั้น ดังนั้น ในแง่ของการปฏิบัติศาสนกิจแล้ว ทางเลือกของการที่พระองค์ทรงรับภารกิจและทางเลือกของบรรดาผู้ที่พระองค์ทรงปฏิเสธแล้ว แม้ว่าห่างไกลกันลิบลับ แต่เพียงเราปฏิบัติที่ผิดเพี้ยนเพียงเล็กน้อย คุณค่าของมันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เปรียบเสมือนสายเชือกที่ต้องเลือกทางในทางใดทางหนึ่ง แต่สำหรับจิตใจของเราแล้วทางเลือกดังกล่าวนั้น เป็นทางเลือกหนึ่งที่เรามุ่งหวัง หรือเป็นหนทางที่เราจะออกห่างไกลจากพระองค์ นั่นคือ เจตนาของเราสำหรับการที่เราได้เดินทางไปในครั้งนี้ ขอให้เราพิจารณาถึงคุณค่าและความสำคัญตลอดจนมุ่งมั่นการกระทำสนองตอบต่อพระองค์ หาใช่เพียงแสดงออกเพื่อให้คนทั้งหลายให้การยกย่อง เพราะนั่นคือความสูญเปล่าแห่งการทำอิบาดัรของเรา ทั้งๆ ที่เรามีความมุ่งหวังและตั้งใจต่อการประกอบศาสนกิจอันสำคัญ แต่หากเรามีความไม่พร้อม หรือมีความบกพร่องแม้เพียงบางเรื่องแต่หากเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดแล้ว การบกพร่องดังกล่าวย่อมทำให้เราสูญเปล่าในการกระทำเหล่านั้น จึงเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ที่เราจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องนำมาพิจารณาร่วมด้วยเช่นกัน

ท่านทั้งหลาย

ขอให้พิจารณาอัลฮาดีส ต่อไปนี้  

Once the Prophet remained behind us in a journey. He joined us while we were performing ablution for the prayer which was over-due. We were just passing wet hands over our feet (and not washing them properly) so the Prophet addressed us in a loud voice and said twice or thrice: “Save your heels from the fire.”  

Narrated by: Abdullah bin Amr  Source : Sahih Bukhari 1.57

ซึ่งการแสดงออกถึงการอิบาดัรที่มุ่งหวังต่อพระองค์ อิบาดัรที่พระองค์ทรงตอบรับ และอิบาดัรที่แสดงออกด้วยความยำเกรงต่อพระองค์ เช่นนี้ เป็นอิบาดัรที่จะทำให้ผู้ปฏิบัติออกห่างไกลจากไฟนรก ดังนั้น ขอให้เราปลูกฝังจิตใจของเราให้มุ่งมั่นปฏิบัติและมุ่งหวังการกระทำของเราด้วยความยำเกรงต่อพระองค์ เพราะนั่นคือเป้าหมายสำคัญที่เราจะได้ใกล้ชิดกับพระองค์ และห่างไกลจากไฟนรก

  إِنَّ اللَّهَ وَمَلائِكَتَهُ يُصَلُّونَ عَلَى النَّبِيِّ يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا صَلُّوا عَلَيْهِ وَسَلِّمُوا تَسْلِيمًا

رَبَّنَا آتِنَا فِي الدُّنْيَا حَسَنَةً وَفِي الآخِرَةِ حَسَنَةً وَقِنَا عَذَابَ النَّارِ

إِنَّ اللَّهَ يَأْمُرُ بِالْعَدْلِ وَالإحْسَانِ وَإِيتَاءِ ذِي الْقُرْبَى وَيَنْهَى عَنِ الْفَحْشَاءِ وَالْمُنْكَرِ وَالْبَغْيِ يَعِظُكُمْ لَعَلَّكُمْ تَذَكَّرُونَ

 سُبْحَانَ رَبِّكَ رَبِّ الْعِزَّةِ عَمَّا يَصِفُونَ

 وَسَلامٌ عَلَى الْمُرْسَلِينَ

وَالْحَمْدُ لِلَّهِ رَبِّ الْعَالَمِينَ

ว่าบิ้ลลาฮิเตาฟีก วั้ลฮิดายะห์

วัสสลาม

มูฮำหมัด   สันประเสริฐ

อ้างอิง

 Text Copied from DivineIslam’s Qur’an Viewer software v2.9

อัลกุรอ่านฉบับภาษาไทย สมาคมนักเรียนเก่าอาหรับ ดำเนินการจัดพิมพ์โดยกระทรวงกิจการฮัจย์ แห่งราชอาณาจักรซาอุดิอาเบีย   http://www.alquran-thai.com/

อัลฮาดีซ  :   Hadith of The Day  V 1.0  Freeware by FaridAnasri  avater@muslimonline.com    www.beconvinced.com

เกี่ยวกับ sosanpt
วิศวกรรังวัดชำนาญการพิเศษ กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: