บัญญัติแห่งการละหมาด อิคลาสเพื่อพระองค์

มิมบัรออนไลน์

คุตบะห์วันศุกร์  20  ร่อยับ 1431    (วันศุกร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2553)

                                                               บัญญัติแห่งการละหมาด อิคลาสเพื่อพระองค์

  الْحَمْدُ لِلَّهِ رَبِّ الْعَالَمِينَ

 فَإِذَا قَضَيْتُمُ الصَّلاةَ فَاذْكُرُوا اللَّهَ قِيَامًا وَقُعُودًا وَعَلَى جُنُوبِكُمْ فَإِذَا اطْمَأْنَنْتُمْ فَأَقِيمُوا الصَّلاةَ إِنَّ الصَّلاةَ كَانَتْ عَلَى الْمُؤْمِنِينَ كِتَابًا مَوْقُوتًا

 سُبْحَانَ الَّذِي أَسْرَى بِعَبْدِهِ لَيْلا مِنَ الْمَسْجِدِ الْحَرَامِ إِلَى الْمَسْجِدِ الأقْصَى الَّذِي بَارَكْنَا حَوْلَهُ لِنُرِيَهُ مِنْ آيَاتِنَا إِنَّه هُوَ السَّمِيعُ الْبَصِيرُ

ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย

ขอให้ข้าพเจ้าและท่านทั้งหลาย จงตระหนักถึงภารกิจสำคัญของประชาชาติมุสลิม เพื่อแสดงออกถึงการปฏิบัติและการศรัทธาด้วยความยำเกรงต่อพระองค์ จงรำลึกถึงความสำคัญในภารกิจอันยิ่งใหญ่ของมวลมนุษย์ที่เป็นประชาชาติมุสลิม ซึ่งภารกิจสำคัญนั้น คือภารกิจอันเป็นรากฐานสำคัญ เป็นรากหญ้า ที่จะนำผ่านท่อน้ำเลี้ยงให้กับต้นกล้าแห่งอัลอิสลาม นั่นคือ การปฏิบัติศาสนกิจอันสำคัญแห่งชนชาวมุสลิม เป็นเสาหลักและหัวใจสำคัญของมุสลิม เป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่จะทำให้มุสลิมมีความแตกต่างจากศาสนิกอื่น นั่นคือการปฏิบัติในเรื่องรุ่ก่นที่สำคัญ 5 ประการ และประการหนึ่งที่จะกล่าวถึงในที่นี้ คือ การละหมาด

ท่านทั้งหลาย

การละหมาด เป็นศาสนกิจ ที่ง่าย แต่ยิ่งใหญ่และสำคัญยิ่ง การละหมาดจะเกี่ยวข้องและสอดคล้องกับการใช้เวลา การตรงต่อเวลา ความสะอาด การนอบน้อม การกระตุ้นเตือนให้เห็นถึงความยำเกรง การเกรงกลัวต่ออัลลอฮ์ (ซ.บ.) ตลอดจน เป็นการกระทำที่บ่งบอกว่า เราคือมุสลิม  กระนั้นก็ตาม ยังพบว่ามุสลิมจำนวนมาก เพลิดเพลินกับการงาน เพลิดเพลินกับการละเล่น และกิจกรรมต่างๆ จนหลงลืมซึ่งการละหมาด  ไม่ให้ความสำคัญกับการละหมาด จะประพฤติและปฏิบัติสิ่งอื่นๆ จนหลงลืมภารกิจที่สำคัญนี้  โดยที่จะกระทำเรื่องอื่นๆ และจัดลำดับความสำคัญในเรื่องการละหมาดไว้เป็นเรื่องสุดท้าย สิ่งนี้ เป็นสิ่งที่เราจึงต้องหยิบยกความสำคัญของเรื่องการละหมาดมากล่าวในสัปดาห์นี้ อีกประการหนึ่ง ความสำคัญของเดือนนี้ ซึ่งค่ำคืนหนึ่งจะเป็นค่ำคืนที่สำคัญที่ท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ.ล.) ทรงรับวะยูห์ ในเรื่องของการละหมาด ตามโองการแห่งอัลกุรอ่าน  Al-Qur’an, 017.001 (Al-Isra [Isra, The Night Journey, Children of Israel])  ความว่า

017.001 سُبْحَانَ الَّذِي أَسْرَى بِعَبْدِهِ لَيْلا مِنَ الْمَسْجِدِ الْحَرَامِ إِلَى الْمَسْجِدِ الأقْصَى الَّذِي بَارَكْنَا حَوْلَهُ لِنُرِيَهُ مِنْ آيَاتِنَا إِنَّه هُوَ السَّمِيعُ الْبَصِيرُ

017.001 Glory to (Allah) Who did take His servant for a Journey by night from the Sacred Mosque to the farthest Mosque, whose precincts We did bless,- in order that We might show him some of Our Signs: for He is the One Who heareth and seeth (all things).

17.1  มหาบริสุทธิ์ผู้ทรงนำบ่าวของพระองค์เดินทางในเวลากลางคืน จากมัสยิดอัลหะรอมไปยังมัสยิดอัลอักซอ(ท่านนะบี ศ็อลลัลลอฮ อะลัยฮิวะซัลลัม เดินทางจากมัสญิดอัลหะรอมในนครมักกะฮ ถึงมัสญิดอัลอักซอในนครเยรูซาเล็ม เพียงช่วงหนึ่งของกลางคืน ทั้งๆที่ระยะเวลาเดินทางโดยกองคาราวานจะใช้เวลาถึง 40 วัน การเดินทางในเวลากลางคืน(อัลอิสรออ)ของท่านนะบี ศ็อลลัลอฮอะลัยฮิวะซัลลัมได้เกิดขึ้นทั้งวิญญาณและเรือนร่างของท่าน ขณะที่ท่านตื่นนอนมีสติสัมปชัญญะ มิใช่เป็นความฝันตามความคิดเห็นของคนบางคน พวกปฏิเสธซุนนะฮที่ไม่ยอมเชื่อหะดีษเกี่ยวกับเหตุการณ์อิสรออและเมียะรอจญ์ มีสภาพเช่นเดียวกับพวกปฏิเสธศรัทธา(กุฟฟาร) ที่กล่าวหาท่านนะบีว่าพูดเท็จ ทั้งๆที่ท่านร่อซูลได้ยืนยันให้พวกเขาทราบว่า อัลลอฮทรงให้ท่านเดินทางไปในเวลากลางคืนจากมัสยิดอัลหะรอมไปยังมัสยิดอัลอักซอ จากนั้นทรงท่านขึ้นสู่เบื้องบนคือเมียะรอจญ์) ซึ่งบริเวณรอบมันเราได้ให้ความจำเริญ เพื่อเราจะให้เขาเห็นบางอย่างจากสัญญาณต่างๆของเรา แท้จริง พระองค์คือผู้ทรงได้ยิน ผู้ทรงเห็น

การเดินทางในค่ำคืนดังกล่าว เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเฉพาะตัวของท่านซึ่งเรียกว่า “อัลอิสรออ-เมียะรอจญ์” เป็นความจริง เป็นปาฏิหาริย์ ที่พระองค์ทรงให้กับท่านศาสดา เพื่อไปรับเรื่องที่สำคัญ คือการแสดงความเคารพภักดี แสดงการขอบคุณต่อพระองค์ด้วยการละหมาด  หรือนมัสการอิบาดดัรต่อพระองค์  แม้ในเวลานั้น เมื่อท่านศาสดาจะกล่าวถึงการเดินทางไปรับวะยูห์ การละหมาด ในเพียงชั่วข้ามคืนหนึ่งแห่งเดือนร่อยับ เหล่าชนในยุคนั้นกลับไม่เชื่อบางคนกล่าวหาท่านศาสดาว่าสติวิปลาสไปแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม นั่นเป็นเพียงความเข้าใจของคนที่มีประสบการณ์อันเล็กน้อย จะมาตัดสินใจถึงความยิ่งใหญ่ของพระองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ.) ได้อย่างไร และการที่ท่านไปรับโองการแห่งการละหมาดนี้เอง ท่านต้องต่อรองกับพระองค์เพื่อให้การละหมาดสำหรับประชาชาติของท่านนั้น สามารถปฏิบัติได้โดยง่ายและสะดวก นั่นคือ วันหนึ่งกับคืนหนึ่ง 5 เวลา กระนั้น ยังมีเสียงหนึ่งจากบรรดาศาสทูตที่มีมาก่อนหน้าท่านว่า 5 เวลาสำหรับการละหมาดของประชาชาติของท่านนั้น ยังมากเกินไปด้วยซ้ำ เพราะจะมีคนจำนวนหนึ่งเลินเล่อ จนกระทั่งไม่สามารถกระทำการละหมาดได้ครบทั้ง 5 เวลา ในแต่ละวัน

ท่านทั้งหลาย

อัลอิสรออ-เมียะรอจญ์ เป็นความมหัศจรรย์ หรือ มัวะญีซาต ของท่านศาสดา และเรื่องราวในครั้งนั้น คือภารกิจสำคัญของท่าน เพื่อประชาชาติมุสลิมอย่างแท้จริง  เพราะภารกิจดังกล่าว จะเป็นเสมือนการแสดงออกต่อการเคารพภักดีต่อพระองค์ เป็นอิบาดัรสำคัญต่อพระองค์ ที่จะแสดงความนอบน้อมอันเนื่องมาจากจิตใจของคนแต่ละคน การละหมาด จะทำให้ผู้ปฏิบัติ จะยับยั้งการกระทำที่เป็นการหลีกเลี่ยงข้อห้ามทั้งหลายของพระองค์ เป็นการแสดงออกที่บ่งบอกถึง ความเกรงกลัวต่อพระองค์ ทุกๆ อิริยาบถแห่งการละหมาด จะมีความแยบคลายและมุ่งมั่นมุ่งตรงต่อพระองค์ ดังนั้น วาระแรกแห่งการรับวะยูห์ในเรื่องนี้ พระองค์อัลลอฮ์จึงให้การละหมาดสำหรับท่านศาสดาและประชาชาติของท่านด้วยการละหมาด วันหนึ่ง 50 เวลา แต่ต่อมาท่านได้ต่อรองตามคำแนะนำของศาสนทูตก่อนหน้าท่าน จนเหลือเพียง วันหนึ่ง 5 เวลา และพระองค์ไม่รับการต่อรองที่ลดน้อยกว่านี้อีกแล้ว

นั่นคือความสำคัญของการละหมาด เป็นความสำคัญ ที่เราจะต้องมุ่งมั่นและปฏิบัติให้ได้อย่างครบถ้วนตามเวลาและคุณภาพของการละหมาดนั้นๆ จากโองการ Al-Qur’an, 004.103 (An-Nisa [Women])  ความว่า

004.103 فَإِذَا قَضَيْتُمُ الصَّلاةَ فَاذْكُرُوا اللَّهَ قِيَامًا وَقُعُودًا وَعَلَى جُنُوبِكُمْ فَإِذَا اطْمَأْنَنْتُمْ فَأَقِيمُوا الصَّلاةَ إِنَّ الصَّلاةَ كَانَتْ عَلَى الْمُؤْمِنِينَ كِتَابًا مَوْقُوتًا

004.103 When ye pass (Congregational) prayers, celebrate Allah’s praises, standing, sitting down, or lying down on your sides; but when ye are free from danger, set up Regular Prayers: For such prayers are enjoined on believers at stated times.

103. ครั้นเมื่อพวกเจ้าเสร็จจากการละหมาดแล้ว (คือละหมาดสองรักอัต ในขณะที่ทำการสู้รบกับฝ่ายศัตรู ละหมาดดังกล่าวนี้เรียกว่า “ซ่อลาตุลเคาฟ์”) ก็จงกล่าวรำลึกถึงอัลลอฮฺ ทั้งในสภาพยืนและนั่งและในสภาพนอนเอกเขนกของพวกเจ้า ครั้นเมื่อพวกเจ้าปลอดภัยแล้ว ก็จงดำรงไว้ซึ่งการละหมาด (ทำละหมาดให้ครบถ้วนสมบูรณ์เช่นเดียวกับที่เคยปฏิบัติตามปกติ) แท้จริงการละหมาดนั้นเป็นบัญญัติที่ถูกกำหนดเวลา (ถูกกำหนดไว้ในวันหนึ่งกับคืนหนึ่ง 5 เวลาดังที่ทราบกันแล้ว 3) ไว้แก่ผู้ศรัทธาทั้งหลาย

ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย

ขอให้ข้าพเจ้าและท่านทั้งหลายในที่นี้ จงมองเห็นคุณค่าและความสำคัญแห่งการละหมาด อย่าได้ขาดตกบกพร่องในภารกิจนี้ โดยไม่ให้ความสำคัญ ไม่แยแสในเรื่องที่เราได้ละเลยต่อพระองค์ หากเรามองถึงการทำอิบาดัรของศาสนิกอื่นๆ กลับพบว่า ชนเหล่านั้น เราปฏิบัติปรือไม่ปฏิบัติ ไม่ใช่เรื่องสำคัญ เขาๆไม่ให้ความสำคัญในเรื่องการปฏิบัติมากนัก บางครั้งการที่เขาท่องบ่นคาถาหรือบทสวดมนต์ หรือการร้องหรืออ่านคัมภีร์แห่งศาสนาของเขาเหล่านั้น กระทำไปตามวรรค และประเพณี ตามท่วงทำนองที่ปฏิบัติมาจากรุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่นหนึ่งเพียงเท่านั้น หาใช่เป็นการปฏิบัติที่บ่งบอกมาจากจิตใจและความศรัทธาไม่ ดังนั้น จะเห็นว่า มุสลิม แตกต่างจากชนเหล่านั้น เพียงการกระทำบางอย่าง และการกินอยู่ เพียงเท่านั้น บางครั้ง เราอาจได้ยินจากเพื่อนๆ ต่างศาสนิกของเราว่า เป้นมุสลิมเพียงไม่กินหมู มีภรรยาได้ถึง 4 คน นั่นเป็นเพียงความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงมากมาย เพราะสิ่งที่ต้องมองให้เห็นมากกว่านี้ คือเรื่องการปฏิบัติที่สะท้อนออกมาจากความศรัทธา นั่นคือ  การแสดงออกด้วยการละหมาด อิบาดัรที่สำคัญเพื่อพระองค์  เป็นการกระทำที่แตกต่างจากการกระทำของชนต่างศาสนิก เป็นการกระทำที่บ่งบอกได้อย่างชัดเจนกว่าความคิดที่มองอย่างคลาดเคลื่อนนั้นๆ  ได้ว่า มุสลิมที่ดีควรฏิบัติตนเช่นไร อย่าปล่อยให้สังคมมองเราอย่างคลาดเคลื่อน ดังนั้น ขอให้ข้าพเจ้าและท่านทั้งหลาย จงมุ่งมั่นศรัทธาและปฏิบัติให้ถูกต้องตรงตามกรอบแนวปฏิบัติแห่งพระองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ.) เพื่อที่เราจะได้เป็นเหล่าชนผู้ใกล้ชิดพระองค์ในวันแห่งการตอบแทน

  إِنَّ اللَّهَ وَمَلائِكَتَهُ يُصَلُّونَ عَلَى النَّبِيِّ يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا صَلُّوا عَلَيْهِ وَسَلِّمُوا تَسْلِيمًا

رَبَّنَا آتِنَا فِي الدُّنْيَا حَسَنَةً وَفِي الآخِرَةِ حَسَنَةً وَقِنَا عَذَابَ النَّارِ

إِنَّ اللَّهَ يَأْمُرُ بِالْعَدْلِ وَالإحْسَانِ وَإِيتَاءِ ذِي الْقُرْبَى وَيَنْهَى عَنِ الْفَحْشَاءِ وَالْمُنْكَرِ وَالْبَغْيِ يَعِظُكُمْ لَعَلَّكُمْ تَذَكَّرُونَ

 سُبْحَانَ رَبِّكَ رَبِّ الْعِزَّةِ عَمَّا يَصِفُونَ

 وَسَلامٌ عَلَى الْمُرْسَلِينَ

وَالْحَمْدُ لِلَّهِ رَبِّ الْعَالَمِينَ

ว่าบิ้ลลาฮิเตาฟีก วั้ลฮิดายะห์

วัสสลาม

มูฮำหมัด   สันประเสริฐ

อ้างอิง

 Text Copied from DivineIslam’s Qur’an Viewer software v2.9

อัลกุรอ่านฉบับภาษาไทย สมาคมนักเรียนเก่าอาหรับ ดำเนินการจัดพิมพ์โดยกระทรวงกิจการฮัจย์ แห่งราชอาณาจักรซาอุดิอาเบีย   

http://www.alquran-thai.com/ShowSurah.asp?SurahNo=17

อัลฮาดีซ  :   Hadith of The Day  V 1.0  Freeware by FaridAnasri  avater@muslimonline.com    (www.beconvinced.com

เกี่ยวกับ sosanpt
วิศวกรรังวัดชำนาญการพิเศษ กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: