อิบาดัรลิ้ลลาฮิต้าอาลา

มิมบัรออนไลน์

คุตบะห์วันศุกร์  13  ร่อยับ 1431    (วันศุกร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2553)

                                                                                   อิบาดัรลิ้ลลาฮิต้าอาลา

  الْحَمْدُ لِلَّهِ رَبِّ الْعَالَمِينَ

أَلا لِلَّهِ الدِّينُ الْخَالِصُ وَالَّذِينَ اتَّخَذُوا مِنْ دُونِهِ أَوْلِيَاءَ مَا نَعْبُدُهُمْ إِلا لِيُقَرِّبُونَا إِلَى اللَّهِ زُلْفَى إِنَّ اللَّهَ يَحْكُمُ بَيْنَهُمْ فِي مَا هُمْ فِيهِ يَخْتَلِفُونَ إِنَّ اللَّهَ لا يَهْدِي مَنْ هُوَ كَاذِبٌ كَفَّارٌ

خَلَقَ السَّمَاوَاتِ وَالأرْضَ بِالْحَقِّ يُكَوِّرُ اللَّيْلَ عَلَى النَّهَارِ وَيُكَوِّرُ النَّهَارَ عَلَى اللَّيْلِ وَسَخَّرَ الشَّمْسَ وَالْقَمَرَ كُلٌّ يَجْرِي لأجَلٍ مُسَمًّى أَلا هُوَ الْعَزِيزُ الْغَفَّارُ

وَإِذَا مَسَّ الإنْسَانَ ضُرٌّ دَعَا رَبَّهُ مُنِيبًا إِلَيْهِ ثُمَّ إِذَا خَوَّلَهُ نِعْمَةً مِنْهُ نَسِيَ مَا كَانَ يَدْعُو إِلَيْهِ مِنْ قَبْلُ وَجَعَلَ لِلَّهِ أَنْدَادًا لِيُضِلَّ عَنْ سَبِيلِهِ قُلْ تَمَتَّعْ بِكُفْرِكَ قَلِيلا إِنَّكَ مِنْ أَصْحَابِ النَّارِ

ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย

ขอตักเตือนตนเองและท่านทั้งหลาย จงยำเกรงต่อพระองค์ ให้มากที่สุด เสมือนหนึ่งว่าเราอยู่ต่อหน้าพระองค์ พระองค์กำลังมองแววตาของเรา  ซึ่งการสบตากับพระองค์นั้น เป็นการสบตาที่บ่งบอกถึงความกลัว ประหนึ่งว่า เรายังมีข้อบกพร่องหลายๆ อย่าง ที่ต้องนำมาปรับปรุงแก้ไข เป็นความพยายามที่บ่งบอกถึงความพร้อมสำหรับการที่จะกลับไปยังพระองค์ เพื่อรับผลแห่งการกระทำทั้งหลาย เป็นความรับผิดชอบที่สูงสุดปราศจากการซ่อนเร้นพฤติกรรมที่แอบแฝงใดๆ  ซึ่งเป็นแววตาแห่งผู้ศรัทธาที่บ่งบอกถึง ความบริสุทธิ์ใจ ความยำเกรง ความมุ่งมั่นประพฤติตนตามแนวทางที่พระองค์ทรงใช้และละทิ้งในสิ่งที่พระองค์ทรงห้าม นั่นคือจุดมุ่งหมายสูงสุดของผู้ศรัทธา

ท่านทั้งหลาย

การที่เรามาร่วมกันในที่แห่งนี้ในวันนี้ เรามาด้วยความจริงใจ เรามาด้วยความบริสุทธิ์ใจ มาด้วยความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ความมุ่งมั่นแห่งหัวใจของมุสลิม ที่จะมาขัดเกลาจิตใจ มุ่งหวังภาคผลของการปฏิบัติตามหน้าที่ เพื่อพระองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ.) การมาร่วมกันในวันนี้ มิใช่การมุ่งเพียงให้คนทั่วไปได้รับรู้ถึงพฤติกรรมของชนมุสลิมที่จะไปรวมตัวกันที่มัสยิด เพื่อประกอบศาสนกิจ ตามที่เราเชื่อถือและศรัทธา ไม่ หากแต่ ด้วยจิตวิญญาณแห่งชนมุสลิมทั้งหลายนั้น เรามุ่งมั่นที่จะได้ใช้โอกาสนี้ เพื่อที่จะศึกษา ทบทวนตนเอง แสดงให้เห็นถึงความพร้อมที่จะดำเนินชีวิตในห้วงเวลาถัดไปตามแนวทางที่ท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ.ล.) ทรงชี้นำ ตามนัยแห่งโองการหรือพระดำรัสของพระองค์  อิสลามมิใช่เพียงศาสนา หากแต่อิสลามเป็นระบอบปกครองหนึ่งที่มุ่งเน้นความสันติสุข ความเท่าเทียมกัน การพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน รวมไปถึงการมีจิตวิญญาณที่จะมุ่งให้เกิดความทัดเทียมกันในสังคม ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ซึ่งกันและกัน ซึ่งบทบัญญัติแห่งศาสนา จะกล่าวถึงการละหมาดควบคู่ไปกับการบริจาคซะกาต ด้วยมุ่งหวังว่าอิบาดัรดังกล่าวจะนำมาซึ่งความาสันติสุขในทางสังคม

ท่านทั้งหลาย

ขอจงพิจารณาความหมายแห่งโองการในซูเราะฮฺ อัซซุมัร (Al-Qur’an, 039.003 (Az-Zumar [The Troops, Throngs])) ความว่า

039.003 أَلا لِلَّهِ الدِّينُ الْخَالِصُ وَالَّذِينَ اتَّخَذُوا مِنْ دُونِهِ أَوْلِيَاءَ مَا نَعْبُدُهُمْ إِلا لِيُقَرِّبُونَا إِلَى اللَّهِ زُلْفَى إِنَّ اللَّهَ يَحْكُمُ بَيْنَهُمْ فِي مَا هُمْ فِيهِ يَخْتَلِفُونَ إِنَّ اللَّهَ لا يَهْدِي مَنْ هُوَ كَاذِبٌ كَفَّارٌ

039.003 Is it not to Allah that sincere devotion is due? But those who take for protectors other than Allah (say): “We only serve them in order that they may bring us nearer to Allah.” Truly Allah will judge between them in that wherein they differ. But Allah guides not such as are false and ungrateful.

39.3  พึงทราบเถิด การอิบาดะฮฺโดยบริสุทธิ์ใจนั้นเป็นของอัลลอฮฺองค์เดียว (โอ้มนุษย์ทั้งหลายเอ๋ย! แท้จริงอัลลอฮฺ ตะอาลา จะไม่ทรงรับการงานใด ๆ เว้นแต่สิ่งนั้นจะกระทำไปโดยบริสุทธิ์ใจ หวังในพระพักตร์ของพระองค์เท่านั้น) ส่วนบรรดาผู้ที่ยึดถือเอาบรรดาผู้คุ้มครองอื่นจากอัลลอฮฺ โดยกล่าวว่าเรามิได้เคารพภักดีพวกเขา เว้นแต่เพื่อทำให้เราเข้าใกล้ชิดต่ออัลลอฮฺ (อัศศอวีย์กล่าวว่า เมื่อมีการกล่าวแก่พวกมุชริกีนว่า ใครเป็นผู้สร้างพวกท่าน? ใครเป็นผู้สร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน และใครคือพระเจ้าของพวกท่าน และพระเจ้าของปู่ย่าตายายของพวกท่าน? พวกเขาจะกล่าวว่า “อัลลอฮฺ” แล้วพวกเขาจะถูกถามอีกว่า แล้วทำไมพวกท่านจึงสักการะบูชาเจว็ดต่างๆ เล่า? พวกเขาก็จะตอบว่า เพื่อทำให้เราใกล้ชิดกับอัลลอฮฺ และขอความช่วยเหลือแก่เรา ณ ที่พระองค์) แท้จริงอัลลอฮฺจะทรงตัดสินระหว่างพวกเขาในสิ่งที่พวกเขาขัดแย้งกันในเรื่องนั้น แท้จริงอัลลอฮฺจะไม่ทรงชี้นำทางแก่ผู้กล่าวเท็จ ผู้ไม่สำนึกบุญคุณ (ในวันกิยามะฮฺ อัลลอฮฺจะทรงตัดสินในสิ่งที่พวกเขาขัดแย้งกันในเรื่องของศาสนา จะทรงให้บรรดามุอฺมินเข้าสวรรค์ และพวกปฏิเสธศรัทธาเข้านรก พระองค์จะไม่ทรงชี้นำทาง และชี้แนะศาสนาที่ถูกต้องแก่ผู้ที่กล่าวเท็จต่อพระเจ้าของเขา และผู้ปฏิเสธศรัทธาที่ไม่สำนึกบุญคุณต่อพระองค์)

ท่านทั้งหลาย

จะเห็นได้ว่า หลักปฏิบัติและหลักศรัทธาต่อพระองนั้น  มีจุดมุ่งหมายสำคัญต่อพระองค์ นั่นคือ การกระทำทั้งหลาย หาใช่ว่าเราจะกระทำเพียงให้คนทั่วไปได้เห็นได้เข้าใจ  หาใช่ไม่ ทุกๆ การกระทำของเรา นั้น เป็นการกระทำเพื่อพระองค์  ทุกๆ การกระทำที่มาจากทางกาย วาจา หรือจิตใจของเรานั้น เรามอบหมายต่อพระองค์ทั้งสิ้น การบริจาคซ่ากาตของเรา มิใช่เพียงทรัพย์สินผ่านจากมือเราไปถึงผู้มีสิทธิรับซ่ากาต แล้วคนที่รู้เห็นต่างชื่นชมเราเพียงเท่านั้น ไม่ แต่สิ่งที่เรามุ่งมั่นที่จะได้รับภาคผลแห่งการกระทำของเรา คือ ความมุ่งมาดปรารถนาที่บ่งบอกให้เห็นถึงความยำเกรงต่อพระองค์ สิ่งที่เกิดขึ้นนั้น เป็นวาระของมนุษย์ที่มีต่อพระเจ้า หาใช่เสียงสรรเสริญเยินยอจากปากของคนโดยทั่วไปไม่  เพราะมนุษย์นั้นต่ำต้อยเสียเหลือเกิน และแต่ละคนไม่ได้มีความแตกต่างกัน ทุกคนมีความสามารถไม่แตกต่างกัน มีกำเนิดเช่นเดียวกัน สิ่งที่ต่างกัน นั้น มิใช่ว่าเป็นความรักของพระองค์ที่ให้ริสกีคนหนึ่งมากกว่าอีกคนหนึ่ง เท่านั้น แต่นั่น เป็นการทดสอบจากพระองค์  เป็นการตรวจสอบถึงคุณค่าของแต่ละคน บ่งบอกให้เห็นว่า ความแตกต่างจากริสกีที่ได้รับนั้น เป็นการทดสอบสำคัญของพระองค์ จากทุกๆ คนในสังคม แม้ว่าความสามารถในการแสวงหาของแต่ละคน ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ที่จะสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการเข้าถึงทรัพยากรที่ไม่เท่ากัน แต่สิ่งที่แฝงปรัชญาหนึ่งไว้ก็คือ คนที่มีความสามารถมากกว่า ต้องมองสังคม มองถึงคนที่ด้อยกว่า เพื่อที่ทั้งสังคมจะดำเนินชีวิตไปพร้อมๆ กัน  เป็นการปกป้องสังคมร่วมกัน ด้วยจิตวิญญาณที่มุ่งเน้นให้เห็นถึงความรักความปรารถนาดีที่มีต่อกัน หาใช่ว่า เป็นการเอาเปรียบเดียดฉันท์ แสวงหา แข่งขัน  ความเห็นแก่ตัว มุ่งแต่จะรับเพียงด้านเดียว ไม่มองถึงความสำคัญของคนรอบข้าง ในที่สุด สังคมเดือดร้อน การเอารัดเอาเปรียบกันอย่างนี้ เกิดความเสียหาย ในที่สุด ผลร้ายที่จะตามมานั้น ย้อนกลับมาทำลายตนเอง  ขอให้พจารณาการสร้างของพระองค์ จากโองการ ในซูเราะฮฺ อัซซุมัร (Al-Qur’an, 039.005 (Az-Zumar [The Troops, Throngs])) ความว่า

039.005 خَلَقَ السَّمَاوَاتِ وَالأرْضَ بِالْحَقِّ يُكَوِّرُ اللَّيْلَ عَلَى النَّهَارِ وَيُكَوِّرُ النَّهَارَ عَلَى اللَّيْلِ وَسَخَّرَ الشَّمْسَ وَالْقَمَرَ كُلٌّ يَجْرِي لأجَلٍ مُسَمًّى أَلا هُوَ الْعَزِيزُ الْغَفَّارُ

039.005 He created the heavens and the earth in true (proportions): He makes the Night overlap the Day, and the Day overlap the Night: He has subjected the sun and the moon (to His law): Each one follows a course for a time appointed. Is not He the Exalted in Power – He Who forgives again and again?

39.5  พระองค์ทรงสร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินด้วยความจริงอันชัดแจ้ง (ทรงสร้างมันทั้งสองอย่างสมบูรณ์แบบ และลักษณะที่เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์ ด้วยความจริงที่ชัดแจ้งและหลักฐานอันแจ่มชัด) พระองค์ทรงให้กลางคืนคาบเกี่ยวเข้าไปในกลางวันและทรงให้กลางวันคาบเกี่ยวเข้าไปในกลางคืน (อัลกุรฏบีย์กล่าวไว้ในตัฟซีรของเขาว่า “คือทรงให้กลางคืนแผ่คลุมเข้าไปในกลางวันจนกระทั่งแสงของมันหายไปและกลางวันแผ่คลุมเข้าไปในกลางคืน จนกระทั่งความมืดหายไป ซึ่งตรงกับคำอธิบายของก็ตาดะฮฺ ในความหมายแห่งคำกล่าวของอัลลอฮฺ ตะอาลา ที่ว่า “พระองค์ทรงให้กลางคืนแผ่คลุมกลางวัน ต่างก็ไล่ตามซึ่งกันและกันอย่างรวดเร็ว”) และทรงให้ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์เป็นประโยชน์ (แก่มนุษย์) ทุกสิ่งโคจรไปตามวาระที่ได้กำหนดไว้ พึงทราบเถิด พระองค์เป็นผู้ทรงอำนาจ ผู้ทรงอภัยอย่างมาก (คือดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์จะโคจรไปเพื่อผลประโยชน์ของปวงบ่าว ทั้งสองต่างก็โคจรไปตามเวลาที่ถูกกำหนดไว้ ณ ที่อัลลอฮฺ จนกระทั่งวันกิยามะฮฺ)

ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย

จงหยุดคิด และพินิจตรึกตรอง ว่า สิ่งที่เราได้จากการสร้างของพระองค์ นั้น เราต้องใช้ตลอดชีวิตของเรา ไม่มีสิ่งใดที่เราจะไม่ได้ใช้ เพราะทุกๆ มัคโล้คของพระองค์ นั้น มนุษย์ทุกๆ คน ต้องนำมันมาประยุกต์ ปรับปรุงเพื่อนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุดต่อการดำเนินชีวิตแทบทั้งสิ้น  ไม่มีสิ่งใดที่มนุษย์จะสร้างมันเพื่อที่จะใช้ให้มันดำเนินไปเพื่อประโยชน์กับสิ่งอื่นๆ เลยไม่ หากเรามามองถึงการเลี้ยงสัตว์ คงไม่มีใครไม่มุ่งหวังผลตอบแทนจากการเลี้ยงสัตว์ต่างๆ เหล่านั้น เพราะแท้ที่จริงนั้น มนุษย์ต่างแสวงหาประโยชน์จากสัตว์ต่างๆ เหล่านั้น ทั้งการบริโภค การอุปโภค และนันทนาการที่มุ่งเน้นประโยชน์ใช้สอยจากสัตว์เหล่านั้น หากย้อนมองกลับถึงการสร้างของพระองค์ การอำนวยประโยชน์ต่างๆ จากพระองค์แล้ว  เราแทบจะไม่ได้ย้อนกลับถึงการแสดงการขอบคุณต่อพระองค์เสียเลย ผิดกลับสัตว์ที่เราเลี้ยงมัน เราได้ใช้ประโยชน์ต่างๆ จากมัน เป็นผลตอบแทน ทั้งๆ ที่เราได้แสวงหาถึงบทบาทของผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่า หากแต่กับพระเจ้าผู้สร้างเราแล้ว ณ พระองค์ นั้น พระองค์เป็นผู้มีเดชานุภาพ และพระองค์ทรงอภัย และทรงตอบแทน ในสิ่งที่เราต้องการ  ดังนั้น นัยยะแห่งอัลอิสลาม คือ หนทางแห่งความสันติสุข โดยมีจุดมุ่งหมายสูงสุดที่การกระทำในสิ่งที่พระองค์ทรงใช้และไม่กระทำในสิ่งที่พระองค์ทรงห้าม โดยที่ทุกๆ การงานนั้น มีจุดมุ่งหมายสูงสุดคือความยำเกรงต่อพระองค์ หาใช่อื่นใดไม่

ท่านทั้งหลาย

จุดบกพร่องของเราอยู่ที่ใด ขอให้เราจงทบทวนและมุ่งมั่นแก้ไขสิ่งบกพร่องต่างๆ เหล่านั้น ให้หมดไป  และจงเตาบัรต่อพระองค์ ในการกระทำที่บกพร่องนั้น แต่การเตาบัรต่อพระองค์นั้น หาใช่เป็นการเตาบัรที่กลายเป้นประเพณีไป กล่าวคือ เช้า เตาบัรเรื่องหนึ่ง บ่ายกลับไปทำเรื่องดังกล่าว เช้าวันใหม่ก็มาเตาบัร ตกบ่ายก็กระทำอย่างนี้เรื่อยๆ ไปนั้น หาใช่เป้นการแสดงออกถึงความจริงใจในการเตาบัรของเราไม่ ตรงกันข้าม อากับกิริยาอย่างนี้ เป็นการกระทำของพวกหน้าไหว้หลังหลอก ที่แยบยล หลอกลวงต่อพระองค์ บิดเบือน ดังนั้น จุดบกพร่องต่างๆ เหล่านี้ ขอให้เราจงพิจารณา ทบทวนตนเอง แสวงหาความรู้ในเรื่องดังกล่านั้น เพื่อปฏิบัติสิ่งต่างๆ ให้ถูกต้องโดยเฉพาะ การกระทำในสิ่งที่เป็นการตั้งภาคีต่อพระองค์ ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ในหลักศรัทธาแห่งอัลอิสลาม ขอให้เราทั้งหลายจงออกห่างไกลต่อสิ่งเหล่านั้น และหากเรื่องดังกล่าวเป็นความเข้าใจที่ผิดเพี้ยน เป็นการกระทำที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ขอให้ศึกษาอย่างละเอียด และแสดงออกให้คนทั้งหลายได้เห็นถึงการปฏิบัติตนตามแบบอย่างของมุสลิมที่ดี ในหนทางของศาสนา ออกให้ห่างไกลจากแนวทางที่บิดเบือน ซึ่งเป็นหนทางอื่น มิใช่หนทางของผู้ศรัทธา  สุดท้ายนี้ ขอฝากโองการ  ในซูเราะฮฺ อัซซุมัร (Al-Qur’an, 039.005 (Az-Zumar [The Troops, Throngs])) ความว่า

039.008 وَإِذَا مَسَّ الإنْسَانَ ضُرٌّ دَعَا رَبَّهُ مُنِيبًا إِلَيْهِ ثُمَّ إِذَا خَوَّلَهُ نِعْمَةً مِنْهُ نَسِيَ مَا كَانَ يَدْعُو إِلَيْهِ مِنْ قَبْلُ وَجَعَلَ لِلَّهِ أَنْدَادًا لِيُضِلَّ عَنْ سَبِيلِهِ قُلْ تَمَتَّعْ بِكُفْرِكَ قَلِيلا إِنَّكَ مِنْ أَصْحَابِ النَّارِ

039.008 When some trouble toucheth man, he crieth unto his Lord, turning to Him in repentance: but when He bestoweth a favour upon him as from Himself, (man) doth forget what he cried and prayed for before, and he doth set up rivals unto Allah, thus misleading others from Allah’s Path. Say, “Enjoy thy blasphemy for a little while: verily thou art (one) of the Companions of the Fire!”

39.8  และเมื่อทุกขภัยใด ๆ ประสบแก่มนุษย์ เขาก็จะวิงวอนขอต่อพระเจ้าของเขาเป็นผู้หันหน้าเข้าสู่พระองค์อย่างนอบน้อม (เมื่อทุกขภัยเช่น ความยากจน เจ็บไข้ได้ป่วย และการทดสอบอื่น ๆ ประสบแก่เขา เขาจะผินหน้าเข้าหาพระองค์เพื่อวิงวอนขอให้ทุกขภัยนั้นหมดสิ้นไป ) ครั้นเมื่อพระองค์ทรงประทานความโปรดปรานจากพระองค์ให้แก่เขา เขาก็ลืมสิ่งที่เขาได้เคยวิงวอนขอต่อพระองค์มาแต่ก่อน และเขาได้ตั้งภาคีคู่เคียงกับอัลลอฮฺเพื่อให้หลงจากทางของอัลลอฮฺ (คือเมื่อทรงปลดเปลื้องความทุกข์ยากให้ผ่านพ้นไปแล้ว เขาก็ตั้งสิ่งอื่น ๆคู่เคียงกับอัลลอฮฺในการทำอิบาดะฮฺเขาลืมสภาพก่อน ๆ ขณะที่เขากำลังอยู่ในความทุกข์ยาก) จงกล่าวเถิดมุฮัมมัด ท่านจงร่าเริงเพียงระยะหนึ่งต่อการปฏิเสธของท่านเถิด แท้จริงท่านนั้นอยู่ในหมู่ชาวนรก (เป็นการขู่สำทับ คือจงร่าเริงในขณะที่ท่านดำรงชีวิตอยู่ในโลกดุนยาที่จะสูญสลายนี้เพียงชั่วครู่หนึ่งเถิด เพราะท่านนั้นเป็นชาวนรกอย่างแน่นอน)

  إِنَّ اللَّهَ وَمَلائِكَتَهُ يُصَلُّونَ عَلَى النَّبِيِّ يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا صَلُّوا عَلَيْهِ وَسَلِّمُوا تَسْلِيمًا

رَبَّنَا آتِنَا فِي الدُّنْيَا حَسَنَةً وَفِي الآخِرَةِ حَسَنَةً وَقِنَا عَذَابَ النَّارِ

إِنَّ اللَّهَ يَأْمُرُ بِالْعَدْلِ وَالإحْسَانِ وَإِيتَاءِ ذِي الْقُرْبَى وَيَنْهَى عَنِ الْفَحْشَاءِ وَالْمُنْكَرِ وَالْبَغْيِ يَعِظُكُمْ لَعَلَّكُمْ تَذَكَّرُونَ

 سُبْحَانَ رَبِّكَ رَبِّ الْعِزَّةِ عَمَّا يَصِفُونَ

 وَسَلامٌ عَلَى الْمُرْسَلِينَ

وَالْحَمْدُ لِلَّهِ رَبِّ الْعَالَمِينَ

ว่าบิ้ลลาฮิเตาฟีก วั้ลฮิดายะห์

วัสสลาม

มูฮำหมัด   สันประเสริฐ

อ้างอิง

 Text Copied from DivineIslam’s Qur’an Viewer software v2.9

อัลกุรอ่านฉบับภาษาไทย สมาคมนักเรียนเก่าอาหรับ ดำเนินการจัดพิมพ์โดยกระทรวงกิจการฮัจย์ แห่งราชอาณาจักรซาอุดิอาเบีย   

http://www.alquran-thai.com/ShowSurah.asp?SurahNo=39

อัลฮาดีซ  :   Hadith of The Day  V 1.0  Freeware by FaridAnasri  avater@muslimonline.com    (www.beconvinced.com

เกี่ยวกับ sosanpt
วิศวกรรังวัดชำนาญการพิเศษ กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: