จงอย่าตายจนกว่าท่านจะเป็นมุสลิม

มิมบัรออนไลน์

คุตบะห์วันศุกร์  14  ยะมะดิลอาเคร 1431    (วันศุกร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2553)

                                                                       จงอย่าตายจนกว่าท่านจะเป็นมุสลิม

  الْحَمْدُ لِلَّهِ رَبِّ الْعَالَمِينَ

 يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا اتَّقُوا اللَّهَ حَقَّ تُقَاتِهِ وَلا تَمُوتُنَّ إِلا وَأَنْتُمْ مُسْلِمُونَ

ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย

สัปดาห์ที่ผ่านพ้นมานี้ มีการรณรงค์กันเกี่ยวกับการอยู่ในร่องรอยของศาสนา โดยมีแนวทางที่ว่า “ลด ละ เลิก อบายมุข เพื่อศาสนา” นั่นคือ วิถีชีวิตแนวพุทธศาสนา ที่เน้นย้ำว่าทุกๆ คน จะต้องห่างไกลจากอบายมุข แม้ว่าหลายๆ คน จะทำตนให้อยู่ในร่องรอยของศาสนาเป็นประจำแต่ละวันได้นั้น อาจต้องรณรงค์กันเฉพาะในวันพระใหญ่ หรือวันสำคัญทางศาสนา นั่นคือแนวทางของเขา ที่จะให้ศาสนิกชนทั้งหลายของเขาได้ใกล้ชิดกับธรรมะ แม้จะนานๆ ครั้ง แต่ย่อมได้กลิ่นไอของศาสนาของพวกเขา แต่ถ้าหันมามองชนมุสลิมแห่งเราแล้ว ขอให้ข้าพเจ้าและท่านทั้งหลายจงยำเกรงต่อพระองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ.) ให้มาก ปฏิบัติตนให้อยู่ในแนวทางอันเที่ยงตรงแห่งอัลอิสลาม ประพฤติปฏิบัติตนในหนทางแห่งแนวทางของท่านศาสดา และอัลกุรอ่าน โองการแห่งพระองค์ นั่นคือ แนวทางอันเที่ยงตรงที่พระองค์ทรงกำหนดเอาไว้แล้ว

ท่านทั้งหลาย

การที่เราจะได้กลิ่นไอและแนวทางแห่งอัลอิสลามนั้น เราต้องพิจารณาตนเองเสียก่อนว่า หลักศรัทธาและแนวปฏิบัติของอิสลาม คืออะไร การที่เราจะได้ใกล้ชิดกับพระองค์นั้น มีแนวทางอย่างไร ขอให้มีแนวทางอย่างไร ขอให้พิจารณาโองการจากซูเราะห์อาลิอิมรอน  Al-Qur’an, 003.102 (Aal-E-Imran [The Family of Imran]) ความว่า

003.102 يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا اتَّقُوا اللَّهَ حَقَّ تُقَاتِهِ وَلا تَمُوتُنَّ إِلا وَأَنْتُمْ مُسْلِمُونَ

003.102 O ye who believe! Fear Allah as He should be feared, and die not except in a state of Islam.

[3.102] โอ้ผู้ศรัทธาทั้งหลาย! จงยำเกรงอัลลอฮ์อย่างแท้จริงเถิด และพวกเจ้าจงอย่าตาย เป็นอันขาดนอกจากในฐานะที่พวกเจ้าเป็นผู้นอบน้อมเท่านั้น

ดังนั้น จะเห็นว่า โองการที่ได้หยิบยกมานี้ บ่งบอกได้ถึงความเป็นห่วงของพระองค์ ที่ห่วงใยเหล่ามนุษย์ลูกหลานของอาดัมที่อยู่บนพื้นโลกนี้  หลายๆ กลุ่มชนในอดีต ออกห่างไกลจากแนวทางแห่งพระองค์  เนื่องจากแนวทางประพฤติ พฤติกรรมของการศรัทธาและแนวปฏิบัติที่ผิดเพี้ยนไปจากแนวทางที่พระองค์ทรงใช้ผ่านเหล่าศาสนทูตของพระองค์ ความผิดเพี้ยนดังกล่าว ก่อให้เกิดความเชื่อในพระองค์ เป็นการตั้งภาคีให้กับพระองค์ แม้ในปัจจุบัน มุสลิมหลายๆ คน ยังมีความเชื่อในการตั้งภาคีให้กับพระองค์โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือมีประสบการณ์ความเชื่อจากชนต่างศาสนิก โดยได้ยินได้ฟัง จนเกิดแนวคิดที่แตกต่างออกไปจากแนวทางแห่งอัลอิสลาม แนวคิดเช่นนี้ ส่งผลให้เราปฏิบัติตนออกห่างไกลไปจากแนวทางอันเที่ยงตรงของพระองค์

ท่านทั้งหลาย

ในปัจจุบันเราพบว่า มีญาติพี่น้อง เพื่อนๆ ของเรา ต่างก็จากเราไป และกลับไปสู่ความเมตตาแห่งพระองค์ หากเรามาพิจารณาถึงนัยแห่งโองการของพระองค์ที่ได้หยิบยกมานี้ จะเห็นว่า วันนี้ เราได้ตักเตือนตนเองแล้วหรือยัง เพื่อเตรียมตัว เตรียมพร้อมสำหรับการกลับไปยังพระองค์ การที่อายะห์ดังกล่าวบ่งบอกว่า อย่าตาย นั้น มิใช่ว่าใครก็ตามจะห้ามกฎสภาวะแห่งพระองค์ได้ ไม่มีใครห้ามความตายได้ แต่ในขณะที่เรายังมีชีวิตอยู่นี้ เราบอกได้หรือไม่ว่า เราเตรียมความพร้อมสำหรับความตายแล้วหรือยัง เพราะความตายที่จะมีมายังพวกเรานั้น ทุกคนต้องเผชิญด้วยกันทั้งสิ้น ไม่ว่าเราจะอยู่ในวัยใด อายุเท่าใด มีฐานะอย่างไร ความแน่นอน คือความตาย ดังนั้น จะเห็นว่า ไม่มีใครตอบได้ว่า ความตายนั้น จะมาถึงเราเมื่อใด และอย่างไร พระองค์เท่านั้นที่ทราบได้ ดังนั้น เราจึงต้องมาเตรียมความพร้อมของเราก่อนที่ความตายนั้น จะมีมาถึงพวกเรา  จะเห็นว่า เพื่อนต่างศาสนาของเราเขารณรงค์กันในวันสำคัญทางศาสนาตอกย้ำและกระชับพื้นที่หัวใจของพวกเขาให้อยู่ในร่องรอยของศาสนา เพื่อที่จะสร้างท่อน้ำเลี้ยงต่อต้านการกระทำที่นำไปสู่อบายมุข ปิดล้อมและขอคืนพื้นที่จิตใจของพวกเขาเหล่านั้นให้อยู่กับศาสนา ศีลธรรม ตามคำสอนของศาสนา แต่สำหรับพวกเรา เราบอกได้หรือไม่ว่า มุสลิมนั้นมีแนวทางความเชื่อและแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนในการเข้าใกล้ชิดกับศาสนาทุกๆ วันอยู่แล้ว โดยเฉพาะการได้ใกล้ชิดกับพระองค์ด้วยการละหมาด การออกซ่ากาต การถือศีลอด ตลอดจนการไม่ตั้งภาคีให้กับพระองค์ แม้ว่าบางท่านจะมีโอกาสได้ไปประกอบพิธีหัจญ์ แต่หลายๆ คนในที่นี้ ยังไม่มีโอกาสนั้น และในรอบสัปดาห์แต่ละสัปดาห์ เราทั้งหลายต่างพร้อมเพรียงกันกระชับวงล้อมหัวใจ เพื่อคืนพื้นที่อิหม่าน ตรวจสอบความศรัทธา ในการมาร่วมกันละหมาดวันศุกร์ในวันนี้ เพื่อย้ำเตือน และเพิ่มความยำเกรงในพระองค์ พร้อมไปกับการก้าวเดินต่อไป เพื่อสร้างหนทางแห่งศรัทธาแห่งชนมุสลิม

ท่านทั้งหลาย

ไม่เคยมีการตรวจสอบทะเบียนราษฎร์ หรือแม้แต่ทะเบียนสัปบุรุษในแต่ละมัสยิด เพื่อตรวจสอบว่า  มีจำนวนมุสลิมเท่าใด เพราะเชื่อได้ว่า คนที่มามัสยิดวันนี้ กับมุสลิมที่แท้จริงในชุมชนของมัสยิด มีตัวเลขที่แตกต่างกันมาก หลายๆ ชุมชนมุสลิม จะเห็นว่าจำนวนคนที่มามัสยิดในวันอีดทั้งสองกับวันศุกร์ หรือในการละหมาดประจำเวลาช่างแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด จนมีคำกล่าวที่ว่า หากต้องการที่จะสร้างมัสยิดเพื่อรองรับจำนวนคนที่มาละหมาดแล้ว ต้องพิจารณาถึงสัดส่วนจำนวนคนที่มาละหมาดอีดทั้งสอง เพราะในวันนั้น มุสลิมจำนวนมากจะมามัสยิดกัน แต่ก็คงมีบ้างที่ไม่มาในวันนั้น ซึ่งตรงกันข้ามกับการที่จะนับคนที่มาละหมาดประจำเวลาแต่ละวันที่มัสยิด หลายๆ ท่านอาจบอกว่า เป็นเพราะหลายๆ คนติดธุระไม่สะดวกที่จะมากัน แต่อย่างไรก็ตาม มุสลิมทุกคน มีหน้าที่ที่จะตักเตือนกัน มาอัพกัน และร่วมเสริมสร้างแนวทางแห่งอัลอิสลาม แม้ว่าหลักการของเราไม่มีการสารภาพบาป แต่หากเรามีความพร้อมที่จะเตาบัรตนเอง พระองค์เท่านั้นพร้อมที่จะให้อภัยโทษแก่ทุกๆ คน ดังนั้นจะเห็นว่า หลักการของอิสลาม รองรับแนวทางการสร้างความเป็นมุสลิมอยู่เสมอ จากโองการที่ยกมา จะเห็นว่า พระองค์พร้อมรับพวกเราทั้งหลายอยู่ทุกขณะจนกว่าเราจะถึงอายั้ลของพระองค์ ดังนั้น ขอให้เรามีความพร้อมที่กลับไปยังพระองค์ หลายๆ ท่าน อาจบอกว่าวันนี้เรายังไม่พร้อม ก็ขอให้ตระเตรียมความพร้อมไว้เสียแต่วันนี้ แม้ว่าวันนี้ยังไม่สาย แต่หากเราปล่อยปละละเลยไป มันจะทำให้ไม่ทันการ บางคนมองว่า การที่เราตายอามั้ลของเราจะสิ้นสุดลง จะมีเรื่องใดๆ อีกบ้างที่เราจะเตรียมไว้เมื่อเราตายไป ขอให้พิจารณา หะดีษต่อไปนี้

 إذا مات ابن آدم انقطع عنه عمله إلا من ثلاث: صدقة جارية أو علم ينتفع به أو ولد صالح يدعو له))[رقم

เมือลูกหลานอาดัมเสียชีวิตลง การงานของเขาก็เป็นอันยุติจากเขา เว้นแต่ สามประการ การบริจาคถาวรวัตถุ หรือ ความรู้ที่ถูกนำไปใช้ประโยชน์ หรือ ลูกที่ดีขอดุอาให้แก่เขา – รายงานโดยมุสลิม

จะเห็นว่า เป็นแนวทางเตรียมความพร้อมสำหรับคนที่จะกลับไปหาพระองค์ นั่นคือ การทำซ่อดาเกาะห์ญาริยะห์ ความรู้ที่เป็นประโยชน์ และลูกที่ดีที่ขอดุอาร์ให้กับเรา นั่นเป็นการเตรียมความพร้อมประการหนึ่งเพื่อรองรับอามั้ลของเราเมื่อเราตายไป

ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย

การเดินทางของเราไม่ว่าเราจะไปที่ใดก็ตาม เราต้องเตรียมความพร้อมทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นจุดมุ่งหมายที่จะไป เส้นทางที่เราจะใช้ จะเน้นความเรียบง่ายและประหยัด ขณะที่ผู้ร่วมทางทุกคนที่ไปด้วยกัน จะต้องมีความปลอดภัยและได้รับความสุข แต่หากนำมาเปรียบเทียบกับการเดินทางจากโลกดุนยานี้ไปยังอาคิเราะห์หน้านั้น จุดมุ่งหมายที่จะไปนั้นชัดเจนแล้ว ขาดแต่เพียงในระหว่างทางนั้น บางคนอาจไปรอที่กุบุรแล้ว แต่บางคนยังคงต้องเดินทางต่อไป เพราะยังไม่ถึงที่หมาย เราจะรักษาความปลอดภัยของตัวเราเองและทุกๆ คนในครอบครัวของเรามากหรือน้อยเพียงใด เราได้แสดงออกถึงความปลอดภัยที่จะเกิดขึ้นกับทุกๆ คนแล้วหรือไม่ เราให้กับทุกๆ คนที่เดินทางร่วมกันกับเรานั้นอยู่ในแนวทางที่เที่ยงตรงแล้วหรือยัง เราจะบอกกับทุกๆ ว่าเราต้องอยู่ในกลุ่มของผู้ยำเกรงและกลุ่มชนมุสลิมด้วยกันหรือไม่ เรามีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนแล้วหรือยัง และทุกๆ คนในครอบครัวอยู่ในร่องรอยของศาสนาหรือไม่ นั่นคือสิ่งที่เราต้องหมั่นทบทวนร่วมกัน เพื่อที่เราจะก้าวไปพร้อมๆ กันและถึงจุดมุ่งหมายเดียวกันในโลกอาคิเราะห์ แม้ว่าเราจะตายไป ขอให้ตายอย่างคนที่มีอิหม่าน คนที่อัลลอฮ์ (ซ.บ.) ทรงรับรองอามั้ลทุกๆ อามั้ลของเรา หลายๆ คน เมื่อตายไป อามั้ลสิ้นสุด แต่สำหรับบางคน อามั้ลนั้นยังคงดำเนินต่อไปตามนัยหะดิษ ที่ได้ยกมาข้างต้น เพราะเขาเหล่านั้นเตรียมความพร้อมสำหรับตนเองและครอบครัวของพวกเขา แม้ว่า สิ่งทั้งสามอย่างนั้น หลายๆ คนอาจไม่สามารถสร้างให้เกิดขึ้นได้ทั้งหมด แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกๆ คน และทุกๆ ครอบครัวสามารถสร้างให้เกิดขึ้นได้ นั่นคือ ลูกที่ดีขอดุอาร์ให้ เราสร้างสิ่งนี้ให้เกิดขึ้นในครอบครัวของเราแล้วหรือยัง เราให้ความสำคัญกับเด็กๆ เหล่านั้น มากน้อยเพียงใด การปฏิบัติตนเป็นศาสนิกที่ดีในอัลอิสลามนั้น มิใช่จะกระทำกันในบางโอกาสที่สำคัญ แต่หลักปฏิบัติของอิสลามนั้น เราสามารถกระทำกันไดทุกวันและทุกโอกาส สำคัญว่าเราจะเริ่มต้นเมื่อใด ขอให้กระผมและท่านทั้งหลายในที่นี้ จงเตรียมพร้อมเสียเดี๋ยวนี้อย่าปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างไร้ค่า มิฉะนั้นแล้ว เราจะมาเสียดายโอกาสที่ผ่านพ้นไปว่า เราได้ตายไปโดยไม่ได้ร่วมเงาแห่งอิสลามเลย เพราะเราคิดได้เมื่อสายไปเสียแล้ว

  إِنَّ اللَّهَ وَمَلائِكَتَهُ يُصَلُّونَ عَلَى النَّبِيِّ يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا صَلُّوا عَلَيْهِ وَسَلِّمُوا تَسْلِيمًا

رَبَّنَا آتِنَا فِي الدُّنْيَا حَسَنَةً وَفِي الآخِرَةِ حَسَنَةً وَقِنَا عَذَابَ النَّارِ

إِنَّ اللَّهَ يَأْمُرُ بِالْعَدْلِ وَالإحْسَانِ وَإِيتَاءِ ذِي الْقُرْبَى وَيَنْهَى عَنِ الْفَحْشَاءِ وَالْمُنْكَرِ وَالْبَغْيِ يَعِظُكُمْ لَعَلَّكُمْ تَذَكَّرُونَ

 سُبْحَانَ رَبِّكَ رَبِّ الْعِزَّةِ عَمَّا يَصِفُونَ

 وَسَلامٌ عَلَى الْمُرْسَلِينَ

وَالْحَمْدُ لِلَّهِ رَبِّ الْعَالَمِينَ

ว่าบิ้ลลาฮิเตาฟีก วั้ลฮิดายะห์

วัสสลาม

มูฮำหมัด   สันประเสริฐ

อ้างอิง

 Text Copied from DivineIslam’s Qur’an Viewer software v2.9

อัลกุรอ่านฉบับภาษาไทย สมาคมนักเรียนเก่าอาหรับ ดำเนินการจัดพิมพ์โดยกระทรวงกิจการฮัจย์ แห่งราชอาณาจักรซาอุดิอาเบีย   

อัลฮาดีซ  :   Hadith of The Day  V 1.0  Freeware by FaridAnasri  avater@muslimonline.com    (www.beconvinced.com

เกี่ยวกับ sosanpt
วิศวกรรังวัดชำนาญการพิเศษ กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: