มอบหมายแด่อัลลอฮ์ (ซ.บ.)

มบัรมิมบัรออนไลน์
คุตบะห์วันศุกร์ 30 ยะมะดิลเอาวัล 1431 (วันศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2553)
มอบหมายแด่อัลลอฮ์ (ซ.บ.)

الْحَمْدُ لِلَّهِ رَبِّ الْعَالَمِينَ

تُولِجُ اللَّيْلَ فِي النَّهَارِ وَتُولِجُ النَّهَارَ فِي اللَّيْلِ وَتُخْرِجُ الْحَيَّ مِنَ الْمَيِّتِ وَتُخْرِجُ الْمَيِّتَ مِنَ الْحَيِّ وَتَرْزُقُ مَنْ تَشَاءُ بِغَيْرِ حِسَابٍ
إِنَّ اللَّهَ رَبِّي وَرَبُّكُمْ فَاعْبُدُوهُ هَذَا صِرَاطٌ مُسْتَقِيمٌ
لَنْ تَنَالُوا الْبِرَّ حَتَّى تُنْفِقُوا مِمَّا تُحِبُّونَ وَمَا تُنْفِقُوا مِنْ شَيْءٍ فَإِنَّ اللَّهَ بِهِ عَلِيمٌ
إِنْ تَمْسَسْكُمْ حَسَنَةٌ تَسُؤْهُمْ وَإِنْ تُصِبْكُمْ سَيِّئَةٌ يَفْرَحُوا بِهَا وَإِنْ تَصْبِرُوا وَتَتَّقُوا لا يَضُرُّكُمْ كَيْدُهُمْ شَيْئًا إِنَّ اللَّهَ بِمَا يَعْمَلُونَ مُحِيطٌ
وَلِلَّهِ مَا فِي السَّمَاوَاتِ وَمَا فِي الأرْضِ يَغْفِرُ لِمَنْ يَشَاءُ وَيُعَذِّبُ مَنْ يَشَاءُ وَاللَّهُ غَفُورٌ رَحِيمٌ
ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย
จงยำเกรงต่อพระองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ.) เถิด ไม่มีใคร หรือสิ่งใดที่มีความสามารถทัดเทียมหรือเทียบเท่ากับพระองค์ ที่จะให้ความพึงพอใจให้กับกระผมและท่านทั้งหลาย อย่างไม่มีที่สิ้นสุด หากมองในแง่มุมของความต้องการของมนุษย์ที่ไม่มีที่สิ้นสุด ขณะที่ทรัพยากรทั้งหลายมีความจำกัดทั้งจำนวน และพื้นที่สำหรับการแสวงหาของมนุษย์ หากจะยกตัวอย่างอันหนึ่ง เช่น เราได้รับซ่อดาเกาะห์เป็นเงินที่มีมูลค่า 100 บาท เพื่อที่จะได้แสวงหาความพึงพอใจที่ไร้ขอบเขตของเรากับเงินที่ได้รับมา แต่ละคนมีความต้องการที่แตกต่างกัน แต่ข้อจำกัดคือ มีมูลค่าของเงินเพียง 100 บาท นั่นคือ แต่ละคนก็จะเลือกหาในทรัพย์สินที่ตนเองต้องการในมูลค่าที่ไม่เกินมูลค่าของเงิน บางคนอาจใช้ความสามารถในการเพิ่มมูลค่าของเงินของตนเองโดยการทำการค้าขาย คือ ซื้อของมาขายแสวงหากำไรจากมูลค่าของเงินที่ได้รับมา จนกระทั่งมูลค่าของเงินหรือทรัพย์สินที่มีอยู่มีมูลค่าเพิ่มขึ้น ตามการหมุนเวียนของเงินในท้องตลาด จาก 100 บาท เพิ่มมูลค่าเป็น 1,000 – 10,000 บาท นั่นเป็นเพราะความคิดเห็นของแต่ละคนที่มีความแตกต่างกัน ด้วยความสามารถที่แต่ละคนมีไม่เท่ากัน และนั่นคือ พระประสงค์ของพระองค์ ที่ให้กับผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ เพื่อที่แต่ละคนจะได้เห็นถึงการมอบหมายภารกิจและความสำเร็จ ความล้มเหลวของแต่ละคนในสังคม ทั้งนี้ เพื่อที่ทุกๆ คนในสังคมจะได้เกิดความยำเกรงและทำอิบาดัรต่อพระองค์ เพื่อพระองค์ เพราะนั่นคือหนทางที่เที่ยงตรง ดังโองการ จากอัลกุรอ่านซูเราะห์ อาลิอิมรอน Al-Qur’an, 003.051 (Aal-E-Imran [The Family of Imran]) ความว่า
003.051 إِنَّ اللَّهَ رَبِّي وَرَبُّكُمْ فَاعْبُدُوهُ هَذَا صِرَاطٌ مُسْتَقِيمٌ
003.051 “‘It is Allah Who is my Lord and your Lord; then worship Him. This is a Way that is straight.'”
[3.51] แท้จริงอัลลอฮ์นั้นคือ พระเจ้าของฉัน และพระเจ้าของพวกท่านดังนั้น จงอิบาดะฮต่อพระองค์เถิด นี้แหละคือทางอันเที่ยงตรง

ท่านทั้งหลาย
จงมอบหมายต่อพระองค์เถิด เพราะการมอบหมายต่อพระองค์ คือการมอบหมายความไว้วางใจ ความรัก ความปรารถนาดีต่อพระองค์ เพราะ มนุษย์ เป็นเพียงสิ่งมีชีวิตหนึ่งที่เป็นสิ่งถูกสร้างจากพระองค์ หวังในสิ่งที่พระองค์ทรงประสงค์ หาใช่แสวงหาจากพระองค์ในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ การมอบหมายต่อพระองค์ หาใช่เป็นการที่ไม่รับผิดชอบในภารกิจของเรา ตรงกันข้าม การมอบหมายต่อพระองค์ นั้น เราต้องรับผิดชอบในการกระทำทั้งหลายของเราที่มีต่อภารกิจที่เรามอบหมายต่อพระองค์ อย่างเต็มกำลังความสามารถ มีความไว้วางใจ ไม่ประมาท และแสวงหาซึ่งความโปรดปราณจากพระองค์ หาใช่รอคอยว่าสิ่งนั้น ๆ เป็นปรากฏการณ์ที่พระองค์ทรงกำหนดไว้แล้ว แล้วเราไม่ต้องปกป้อง หรือป้องกันหรือให้ความปลอดภัยต่อถารกิจนั้นๆ เลย แต่การเคารพเชื่อฟังในกำหนดสภาวการณ์ของพระองค์ในเรื่องใดๆ นั้น เราจงมอบหมายต่อพระองค์ ซึ่งการมอบหมายภารกิจสำคัญที่มุ่งตรงต่อพระองค์ไว้นั้น เราต้องรับผิดชอบในภารกิจนั้น อย่างเต็มความสามารถ ยกตัวอย่างเช่น การที่เรามีทรัพย์สินหนึ่ง ไว้ แต่เราไม่เก็บรักษาไว้อย่างดีแล้ว ที่สุดมันหายไป แม้ว่าการหายไปนั้น เป็นกำหนดสภาวะจากพระองค์ แต่นั่นมิใช่การมอบหมายแด่พระองค์ เพราะหากเรามอบหมายแด่พระองค์แล้ว โดยการเก็บรักษาไว้อย่างดีมีความรับผิดชอบ แม้มันได้หายไป แต่นั่นคือกำหนดจากพระองค์ และสิ่งนั้น จะเป็นบทเรียนสอนให้เรารู้ได้ว่า เมื่อเราได้แสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งนั้นด้วยการมอบหมายต่อพระองค์ เราก็จะไม่ฟูมฟายเสียใจในความบกพร่องตอภารกิจนั้น ด้วยพระองค์เลย
ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย
อากาศที่ร้อนอบอ้าวมาหลายวันในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นข้อกำหนด เป็นสิ่งเตือนใจให้เราทั้งหลายได้เห็นถึงการทดสอบจากพระองค์ เป็นการทดสอบถึงวันแห่งการรอคอยกำลังคืบคลานมาในไม่ช้านี้ เราเราจะจดสถิติของความร้อนในรอบหลายๆ ปีที่ผ่านมา เราจะพบว่าแนวโน้มของมันจะมีเพิ่มขึ้นในแต่ละปีต่อจากนี้ บางคนเรียกว่า “ปรากฏการณ์ เอนีโญ่” ซึ่งมีสมมุติฐานถึงชั้นบรรยากาศของโลกที่ถูกทำลายจากการใช้ทรัพยากรที่ไม่จำกัดของมนุษย์บนพื้นโลกแห่งนี้ การเผาผลาญวัสดุต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพลาสติก และสารบางชนิดจากการอัดอากาศเป็นสเปย์ เมื่อใช้งานแล้ว การทำลายสิ่งเหล่านี้ในรูปแบบของขยะ ไม่ถูกต้องตามกรรมวิธีที่กำหนด ที่สุดแล้วอากาศเสียที่เกิดขึ้น มีผลกระทบต่อสภาพชั้นบรรยากาศ และส่งผลให้แสงแดดที่บางส่วนจะสะท้อนคุณภาพความร้อนของแสงแดดออกไปกลับเป็นการดูดซึมซับผ่านชั้นบรรยากาศได้มากขึ้น จึงทำให้แสงแดดมีความเข้มสูงกว่าปกติส่องผ่านชั้นบรรยากาศลงมา จึงทำให้เกิดความร้อนที่พื้นพผิวโลกได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นสมมุติฐานที่นักวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันใช้อธิบายถึงผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว หากพิจารณาจากโองการจากซูเราะห์อาลิอิมรอน Al-Qur’an, 003.027 (Aal-E-Imran [The Family of Imran]) ความว่า

003.027 تُولِجُ اللَّيْلَ فِي النَّهَارِ وَتُولِجُ النَّهَارَ فِي اللَّيْلِ وَتُخْرِجُ الْحَيَّ مِنَ الْمَيِّتِ وَتُخْرِجُ الْمَيِّتَ مِنَ الْحَيِّ وَتَرْزُقُ مَنْ تَشَاءُ بِغَيْرِ حِسَابٍ
003.027 “Thou causest the night to gain on the day, and thou causest the day to gain on the night; Thou bringest the Living out of the dead, and Thou bringest the dead out of the Living; and Thou givest sustenance to whom Thou pleasest, without measure.”
[3.27] พระองค์ทรงให้กลางคืนเข้าไปในกลางวัน และทรงให้กลางวันเข้าไปในกลางคืนและทรงให้สิ่งมีชีวิต ออกจากสิ่งที่ไม่มีชีวิต และทรงให้สิ่งที่ไม่มีชีวิตออกจากสิ่งที่มีชีวิต และทรงให้ปัจจัยยังชีพแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์โดยปราศจากการคำนวณ

ดังนั้น ไม่ว่าผู้ใดหรือหน่วยงานใดจะแถลงถึงปรากฏการณ์ใดๆ บนพื้นโลกนี้ จะสะท้อนให้เห็นผลจากความเสียหายที่มนุษย์สร้างขึ้น หากเราพิจารณาถึงการให้ปัจจัยยังชีพจากพระองค์แล้ว จะเห็นได้ว่า ทุกๆ สิ่งนั้นพระองค์ทรงเมตตาต่อมวลมนุษย์แทบทั้งสิ้น การหมุนของโลกรอบตัวเองและรอบดวงอาทิตย์ เป็นการกำหนดจากพระองค์ที่พระองค์ทรงให้สรรพสิ่งทั้งหลายได้รับรู้ในเรื่องของเวลา ฤดูกาล ซึ่งนำมาซึ่งปัจจัยยังชีพสำหรับมนุษย์ เรื่องเวลา คือกำหนดที่แสดงถึงการทำงาน การปฏิบัติภารกิจในแต่ละวัน การนัดหมายเพื่อทำธุรกรรมในเรื่องต่างๆ กำหนดเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดของโครงการหรือสถานภาพในการทำงาน ในเรื่องของฤดูกาล ทำให้เราได้เห็นถึงการประกอบกิจกรรมที่เหมาะสมกับพื้นที่ สิ่งแวดล้อม การเพาะปลูก การเลี้ยงสัตว์ ซึ่งจะเป้นการกำหนดระยะเวลาในกาเริ่มต้น หรือปรับสภาพพื้นที่ให้เหมาสมตามสภาพ เวลา แสงแดด ที่จะนำไปสู่ผลสำเร็จแห่งกิจกรรมต่างๆที่มนุษย์กำลังดำเนินอยู่ในแต่ละเรื่อง แต่ละสภาพและแต่ละบทบาทของตน ดังนั้น การเริ่มต้นที่ดีมิใช่เป็นสิ่งที่เราจะมอบหมายเรื่องใดๆกับสิ่งอื่นๆ ซึ่งเป็นชิริก เป็นความไม่รู้ในเรื่องของการมอบหมายต่อพระองค์ เป็นการกระทำของกลุ่มชนอื่นๆ มิใช่การกระทำของมุสลิมผู้ศรัทธาต่อพระองค์ ดังนั้น เมื่อจะเริ่มกิจกรรมใดๆ ก็ตาม มุสลิมจะต้องมอบหมายภารกิจต่อพระองค์ เป็นการมอบหมายที่มุ่งเน้นถึงแนวทาง ที่พระองค์ทรงรักและทรงเมตตา แตกต่างจากแนวทางแห่งกลุ่มชนอื่นๆ ที่มุ่งเน้นแสวงหาความโปรดปราณจากการตั้งภาคีอื่นเสมือนหรือเท่าเทียมต่อพระองค์ ซึ่งเป็นแนวทางที่มิใช่แนวทางแห่งพระองค์ ดังโองการจากซูเราะห์อาลิอิมรอน Al-Qur’an, 003.129 (Aal-E-Imran [The Family of Imran]) ความว่า
003.129 وَلِلَّهِ مَا فِي السَّمَاوَاتِ وَمَا فِي الأرْضِ يَغْفِرُ لِمَنْ يَشَاءُ وَيُعَذِّبُ مَنْ يَشَاءُ وَاللَّهُ غَفُورٌ رَحِيمٌ
003.129 To Allah belongeth all that is in the heavens and on earth. He forgiveth whom He pleaseth and punisheth whom He pleaseth; but Allah is Oft-Forgiving, Most Merciful.
[3.129] และสิ่งที่อยู่ในบรรดาชั้นฟ้าและสิ่งที่อยู่ในแผ่นดินนั้นเป็นสิทธิของอัลลอฮ์เท่านั้นพระองค์จะทรงอภัยโทษให้แก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และจะทรงลงโทษแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และอัลลอฮ์นั้นคือผู้ทรงอภัยโทษ ผู้ทรงเมตตาเสมอ

ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย
เมื่อเรามอบหมายภารกิจใดๆ ต่อพระองค์แล้ว หากเรามองถึงสภาพแวดล้อมรอบตัวเรา เราจะพบว่า ในสังคมหนึ่งๆ มีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด เพราะความสามารถของแต่ละคนนั้นไม่เท่ากัน จะเห็นว่าในทุกๆ สังคม จะมีการเรียกร้องในเรื่องต่างๆ มากมาย เป็นการเรียกร้องเพื่อความชอบธรรมของกลุ่มชนนั้น ๆ บางครั้งการเรียกร้องก็เป็นเรื่องที่คนมส่วนใหญ่ของสังคมเมินเฉยต่อกลุ่มชนที่อ่อนด้อยกว่า ไม่แยแสอนาทรร้อนใจของพวกเขาเหล่านั้น หากเรามองที่จุดมุ่งหมายและเจตนารมณ์แห่งอัลอิสลามแล้ว จะพบว่า จุดมุ่งมั่นที่พระองค์ทรงกำหนดไว้ในข้อปฏิบัติที่สำคัญของอัลอิสลาม คือ ความสันติสุข และสังคมที่จะพึงมีความสันติสุขได้นั้น ประการแรกคือ เราต้องมีความสมานฉันท์กัน เราต้องมองทุกๆ คนในสังคมนั้น เรามีคุณค่าแห่งความเป็นคนที่เท่าเทียมกัน ไม่มีใครที่จะยิ่งใหญ่กว่าคนอื่นๆ ในประการต่อมา คนที่แข็งแรงกว่า ต้องไม่เบียดเบียนคนที่อ่อนด้อยกว่า ตรงกันข้าม ต้องโน้มตัวตนลงมาเพื่อแบ่งปันให้กับคนที่อ่อนด้อกว่าตน หาใช่มุ่งเอาเปรียบพวกเขาเหล่านั้น ประการต่อมา ทุกๆคนในสังคม ต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน นั่นคือ เราต้องร่วมมือกันสร้างสรรค์สังคม ร่วมกัน เสมือนหนึ่งเราอยู่บ้านเรือนเดียวกัน เราต้องช่วยกันดูแลบ้านของเราให้อยู่ในสภาพที่ดี ไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับคนในบ้านและเพื่อนบ้านทั้งหลาย นั่นเหล่ะ คือการสร้างสรรค์สังคมอิสลามที่ยั่งยืน ขอให้พิจารณา โองการจากซูเราะห์อาลิอิมรอน Al-Qur’an, 003.092 (Aal-E-Imran [The Family of Imran]) ความว่า
003.092 لَنْ تَنَالُوا الْبِرَّ حَتَّى تُنْفِقُوا مِمَّا تُحِبُّونَ وَمَا تُنْفِقُوا مِنْ شَيْءٍ فَإِنَّ اللَّهَ بِهِ عَلِيمٌ
003.092 By no means shall ye attain righteousness unless ye give (freely) of that which ye love; and whatever ye give, of a truth Allah knoweth it well.
[3.92] พวกเจ้าจะไม่ได้คุณธรรมเลยจนกว่าพวกเจ้าจะบริจาคจากสิ่งที่พวกเจ้าชอบและสิ่งใดที่พวกเจ้าบริจาคไปแท้จริงอัลลอฮ์ทรงรู้ในสิ่งนั้นดี
ขอให้กระผมและท่านทั้งหลาย จงยึดมั่นในความรัก ความเข้าใจ และความปรารถนาดีต่อกัน เพื่อให้สังคมของเราดำเนินไปตามแนวทางแห่งอัลอิสลาม แม้เราจะต้องแข่งขันในบางเรื่องกับเพื่อนมุสลิมของเรา แต่ขอให้เราจงต่อสู้เพื่ออิสลาม นำพาแบบฉบับของท่านศาสดาและหลักการตามโองการของพระองค์ เพื่อจรรโลงสังคมของเราให้เป็นสังคมที่ทุกๆ ฝ่ายต่างให้ความชื่นชม และมุสลิมทุกๆ คน มุ่งหมายอิบาดัรเพื่อพระองค์
ท่านทั้งหลาย
จงขอบคุณต่อพระองค์ ที่ทำให้เราได้เห็นบทเรียนจากประชาชาติทั้งหลายที่มีมาก่อนหน้าพวกเรา รวมถึงบทเรียนที่เราประสบด้วยตนเอง อย่างไรก็ตาม การแสดงออกถึงความดีใจและความเสียใจในสิ่งที่พระองค์ทรงเมตตานั้น ถือได้ว่า ไม่ให้เราแสดงออกจนเกินเลยขอบเขตของพระองค์ แสดงความดีใจและเสียใจในวาระที่เราได้รับหรือไม่ได้รับสิ่งใด เพื่อเป็นข้อเตือนใจให้เราทั้งหลาย ได้มองเห็นถึงสิ่งต่างๆ ที่พระองค์จะทดสอบในเรื่องต่างๆของพวกเรา เพราะหากเราไม่มุ่งมั่นในเรื่องใดๆ ต่อพระองค์แล้ว แน่นอนเราจะพบกับความเสียใจและความไม่พึงประสงค์ ในวันแห่งการตอบแทนทั้งๆ เรามองข้ามสิ่งนั้นอย่างไม่เจตนาหรือละเลยไปในวันนี้ จากโองการจากซูเราะห์อาลิอิมรอน Al-Qur’an, 003.120 (Aal-E-Imran [The Family of Imran]) ความว่า
003.120 إِنْ تَمْسَسْكُمْ حَسَنَةٌ تَسُؤْهُمْ وَإِنْ تُصِبْكُمْ سَيِّئَةٌ يَفْرَحُوا بِهَا وَإِنْ تَصْبِرُوا وَتَتَّقُوا لا يَضُرُّكُمْ كَيْدُهُمْ شَيْئًا إِنَّ اللَّهَ بِمَا يَعْمَلُونَ مُحِيطٌ
003.120 If aught that is good befalls you, it grieves them; but if some misfortune overtakes you, they rejoice at it. But if ye are constant and do right, not the least harm will their cunning do to you; for Allah Compasseth round about all that they do.
[3.120] หากมีความดีใดๆ ประสบแก่พวกเจ้า ก็ทำให้พวกเขาเศร้าใจและถ้าหากความชั่วใด ๆ ประสบแก่พวกเจ้าพวกเขาก็ดีใจเนื่องด้วยความชั่วนั้นและถ้าพวกเจ้าอดทน และยำเกรงแล้วไซร้ อุบายของพวกเขาก็ย่อมไม่เป็นอันตรายแก่พวกเจ้าแต่อย่างใดแท้จริงอัลลอฮ์นั้นทรงล้อม ซึ่งสิ่งที่พวกเขากระทำกัน

ดังนั้น ขอให้เราทั้งหลาย จงอยู่ในความเมตตาจากพระองค์ ขอให้เราทั้งหลาย จงร่วมมือร่วมแรงร่วมใจกัน เพื่อช่วยกันแบกหามความสำเร็จที่มีต่อพระองค์ เพื่อที่เราทั้งหลายจะได้ตามที่พระองค์ทรงประสงค์ และได้รับในความดีจากพระองค์ และจงมอบหมายในความสำเร็จที่จะได้มาต่อพระองค์ และเราทั้งหลายจงยำเกรงต่อพระองค์

إِنَّ اللَّهَ وَمَلائِكَتَهُ يُصَلُّونَ عَلَى النَّبِيِّ يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا صَلُّوا عَلَيْهِ وَسَلِّمُوا تَسْلِيمًا
رَبَّنَا آتِنَا فِي الدُّنْيَا حَسَنَةً وَفِي الآخِرَةِ حَسَنَةً وَقِنَا عَذَابَ النَّارِ
إِنَّ اللَّهَ يَأْمُرُ بِالْعَدْلِ وَالإحْسَانِ وَإِيتَاءِ ذِي الْقُرْبَى وَيَنْهَى عَنِ الْفَحْشَاءِ وَالْمُنْكَرِ وَالْبَغْيِ يَعِظُكُمْ لَعَلَّكُمْ تَذَكَّرُونَ

سُبْحَانَ رَبِّكَ رَبِّ الْعِزَّةِ عَمَّا يَصِفُونَ
وَسَلامٌ عَلَى الْمُرْسَلِينَ
وَالْحَمْدُ لِلَّهِ رَبِّ الْعَالَمِينَ

ว่าบิ้ลลาฮิเตาฟีก วั้ลฮิดายะห์
วัสสลาม
มูฮำหมัด สันประเสริฐ

อ้างอิง
Text Copied from DivineIslam’s Qur’an Viewer software v2.9
อัลกุรอ่านฉบับภาษาไทย สมาคมนักเรียนเก่าอาหรับ ดำเนินการจัดพิมพ์โดยกระทรวงกิจการฮัจย์ แห่งราชอาณาจักรซาอุดิอาเบีย
อัลฮาดีซ : Hadith of The Day V 1.0 Freeware by FaridAnasri avater@muslimonline.com (www.beconvinced.com

ออนไลน์
คุตบะห์วันศุกร์ 30 ยะมะดิลเอาวัล 1431 (วันศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2553)
มอบหมายแด่อัลลอฮ์ (ซ.บ.)

الْحَمْدُ لِلَّهِ رَبِّ الْعَالَمِينَ

تُولِجُ اللَّيْلَ فِي النَّهَارِ وَتُولِجُ النَّهَارَ فِي اللَّيْلِ وَتُخْرِجُ الْحَيَّ مِنَ الْمَيِّتِ وَتُخْرِجُ الْمَيِّتَ مِنَ الْحَيِّ وَتَرْزُقُ مَنْ تَشَاءُ بِغَيْرِ حِسَابٍ
إِنَّ اللَّهَ رَبِّي وَرَبُّكُمْ فَاعْبُدُوهُ هَذَا صِرَاطٌ مُسْتَقِيمٌ
لَنْ تَنَالُوا الْبِرَّ حَتَّى تُنْفِقُوا مِمَّا تُحِبُّونَ وَمَا تُنْفِقُوا مِنْ شَيْءٍ فَإِنَّ اللَّهَ بِهِ عَلِيمٌ
إِنْ تَمْسَسْكُمْ حَسَنَةٌ تَسُؤْهُمْ وَإِنْ تُصِبْكُمْ سَيِّئَةٌ يَفْرَحُوا بِهَا وَإِنْ تَصْبِرُوا وَتَتَّقُوا لا يَضُرُّكُمْ كَيْدُهُمْ شَيْئًا إِنَّ اللَّهَ بِمَا يَعْمَلُونَ مُحِيطٌ
وَلِلَّهِ مَا فِي السَّمَاوَاتِ وَمَا فِي الأرْضِ يَغْفِرُ لِمَنْ يَشَاءُ وَيُعَذِّبُ مَنْ يَشَاءُ وَاللَّهُ غَفُورٌ رَحِيمٌ
ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย
จงยำเกรงต่อพระองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ.) เถิด ไม่มีใคร หรือสิ่งใดที่มีความสามารถทัดเทียมหรือเทียบเท่ากับพระองค์ ที่จะให้ความพึงพอใจให้กับกระผมและท่านทั้งหลาย อย่างไม่มีที่สิ้นสุด หากมองในแง่มุมของความต้องการของมนุษย์ที่ไม่มีที่สิ้นสุด ขณะที่ทรัพยากรทั้งหลายมีความจำกัดทั้งจำนวน และพื้นที่สำหรับการแสวงหาของมนุษย์ หากจะยกตัวอย่างอันหนึ่ง เช่น เราได้รับซ่อดาเกาะห์เป็นเงินที่มีมูลค่า 100 บาท เพื่อที่จะได้แสวงหาความพึงพอใจที่ไร้ขอบเขตของเรากับเงินที่ได้รับมา แต่ละคนมีความต้องการที่แตกต่างกัน แต่ข้อจำกัดคือ มีมูลค่าของเงินเพียง 100 บาท นั่นคือ แต่ละคนก็จะเลือกหาในทรัพย์สินที่ตนเองต้องการในมูลค่าที่ไม่เกินมูลค่าของเงิน บางคนอาจใช้ความสามารถในการเพิ่มมูลค่าของเงินของตนเองโดยการทำการค้าขาย คือ ซื้อของมาขายแสวงหากำไรจากมูลค่าของเงินที่ได้รับมา จนกระทั่งมูลค่าของเงินหรือทรัพย์สินที่มีอยู่มีมูลค่าเพิ่มขึ้น ตามการหมุนเวียนของเงินในท้องตลาด จาก 100 บาท เพิ่มมูลค่าเป็น 1,000 – 10,000 บาท นั่นเป็นเพราะความคิดเห็นของแต่ละคนที่มีความแตกต่างกัน ด้วยความสามารถที่แต่ละคนมีไม่เท่ากัน และนั่นคือ พระประสงค์ของพระองค์ ที่ให้กับผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ เพื่อที่แต่ละคนจะได้เห็นถึงการมอบหมายภารกิจและความสำเร็จ ความล้มเหลวของแต่ละคนในสังคม ทั้งนี้ เพื่อที่ทุกๆ คนในสังคมจะได้เกิดความยำเกรงและทำอิบาดัรต่อพระองค์ เพื่อพระองค์ เพราะนั่นคือหนทางที่เที่ยงตรง ดังโองการ จากอัลกุรอ่านซูเราะห์ อาลิอิมรอน Al-Qur’an, 003.051 (Aal-E-Imran [The Family of Imran]) ความว่า
003.051 إِنَّ اللَّهَ رَبِّي وَرَبُّكُمْ فَاعْبُدُوهُ هَذَا صِرَاطٌ مُسْتَقِيمٌ
003.051 “‘It is Allah Who is my Lord and your Lord; then worship Him. This is a Way that is straight.'”
[3.51] แท้จริงอัลลอฮ์นั้นคือ พระเจ้าของฉัน และพระเจ้าของพวกท่านดังนั้น จงอิบาดะฮต่อพระองค์เถิด นี้แหละคือทางอันเที่ยงตรง

ท่านทั้งหลาย
จงมอบหมายต่อพระองค์เถิด เพราะการมอบหมายต่อพระองค์ คือการมอบหมายความไว้วางใจ ความรัก ความปรารถนาดีต่อพระองค์ เพราะ มนุษย์ เป็นเพียงสิ่งมีชีวิตหนึ่งที่เป็นสิ่งถูกสร้างจากพระองค์ หวังในสิ่งที่พระองค์ทรงประสงค์ หาใช่แสวงหาจากพระองค์ในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ การมอบหมายต่อพระองค์ หาใช่เป็นการที่ไม่รับผิดชอบในภารกิจของเรา ตรงกันข้าม การมอบหมายต่อพระองค์ นั้น เราต้องรับผิดชอบในการกระทำทั้งหลายของเราที่มีต่อภารกิจที่เรามอบหมายต่อพระองค์ อย่างเต็มกำลังความสามารถ มีความไว้วางใจ ไม่ประมาท และแสวงหาซึ่งความโปรดปราณจากพระองค์ หาใช่รอคอยว่าสิ่งนั้น ๆ เป็นปรากฏการณ์ที่พระองค์ทรงกำหนดไว้แล้ว แล้วเราไม่ต้องปกป้อง หรือป้องกันหรือให้ความปลอดภัยต่อถารกิจนั้นๆ เลย แต่การเคารพเชื่อฟังในกำหนดสภาวการณ์ของพระองค์ในเรื่องใดๆ นั้น เราจงมอบหมายต่อพระองค์ ซึ่งการมอบหมายภารกิจสำคัญที่มุ่งตรงต่อพระองค์ไว้นั้น เราต้องรับผิดชอบในภารกิจนั้น อย่างเต็มความสามารถ ยกตัวอย่างเช่น การที่เรามีทรัพย์สินหนึ่ง ไว้ แต่เราไม่เก็บรักษาไว้อย่างดีแล้ว ที่สุดมันหายไป แม้ว่าการหายไปนั้น เป็นกำหนดสภาวะจากพระองค์ แต่นั่นมิใช่การมอบหมายแด่พระองค์ เพราะหากเรามอบหมายแด่พระองค์แล้ว โดยการเก็บรักษาไว้อย่างดีมีความรับผิดชอบ แม้มันได้หายไป แต่นั่นคือกำหนดจากพระองค์ และสิ่งนั้น จะเป็นบทเรียนสอนให้เรารู้ได้ว่า เมื่อเราได้แสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งนั้นด้วยการมอบหมายต่อพระองค์ เราก็จะไม่ฟูมฟายเสียใจในความบกพร่องตอภารกิจนั้น ด้วยพระองค์เลย
ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย
อากาศที่ร้อนอบอ้าวมาหลายวันในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นข้อกำหนด เป็นสิ่งเตือนใจให้เราทั้งหลายได้เห็นถึงการทดสอบจากพระองค์ เป็นการทดสอบถึงวันแห่งการรอคอยกำลังคืบคลานมาในไม่ช้านี้ เราเราจะจดสถิติของความร้อนในรอบหลายๆ ปีที่ผ่านมา เราจะพบว่าแนวโน้มของมันจะมีเพิ่มขึ้นในแต่ละปีต่อจากนี้ บางคนเรียกว่า “ปรากฏการณ์ เอนีโญ่” ซึ่งมีสมมุติฐานถึงชั้นบรรยากาศของโลกที่ถูกทำลายจากการใช้ทรัพยากรที่ไม่จำกัดของมนุษย์บนพื้นโลกแห่งนี้ การเผาผลาญวัสดุต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพลาสติก และสารบางชนิดจากการอัดอากาศเป็นสเปย์ เมื่อใช้งานแล้ว การทำลายสิ่งเหล่านี้ในรูปแบบของขยะ ไม่ถูกต้องตามกรรมวิธีที่กำหนด ที่สุดแล้วอากาศเสียที่เกิดขึ้น มีผลกระทบต่อสภาพชั้นบรรยากาศ และส่งผลให้แสงแดดที่บางส่วนจะสะท้อนคุณภาพความร้อนของแสงแดดออกไปกลับเป็นการดูดซึมซับผ่านชั้นบรรยากาศได้มากขึ้น จึงทำให้แสงแดดมีความเข้มสูงกว่าปกติส่องผ่านชั้นบรรยากาศลงมา จึงทำให้เกิดความร้อนที่พื้นพผิวโลกได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นสมมุติฐานที่นักวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันใช้อธิบายถึงผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว หากพิจารณาจากโองการจากซูเราะห์อาลิอิมรอน Al-Qur’an, 003.027 (Aal-E-Imran [The Family of Imran]) ความว่า

003.027 تُولِجُ اللَّيْلَ فِي النَّهَارِ وَتُولِجُ النَّهَارَ فِي اللَّيْلِ وَتُخْرِجُ الْحَيَّ مِنَ الْمَيِّتِ وَتُخْرِجُ الْمَيِّتَ مِنَ الْحَيِّ وَتَرْزُقُ مَنْ تَشَاءُ بِغَيْرِ حِسَابٍ
003.027 “Thou causest the night to gain on the day, and thou causest the day to gain on the night; Thou bringest the Living out of the dead, and Thou bringest the dead out of the Living; and Thou givest sustenance to whom Thou pleasest, without measure.”
[3.27] พระองค์ทรงให้กลางคืนเข้าไปในกลางวัน และทรงให้กลางวันเข้าไปในกลางคืนและทรงให้สิ่งมีชีวิต ออกจากสิ่งที่ไม่มีชีวิต และทรงให้สิ่งที่ไม่มีชีวิตออกจากสิ่งที่มีชีวิต และทรงให้ปัจจัยยังชีพแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์โดยปราศจากการคำนวณ

ดังนั้น ไม่ว่าผู้ใดหรือหน่วยงานใดจะแถลงถึงปรากฏการณ์ใดๆ บนพื้นโลกนี้ จะสะท้อนให้เห็นผลจากความเสียหายที่มนุษย์สร้างขึ้น หากเราพิจารณาถึงการให้ปัจจัยยังชีพจากพระองค์แล้ว จะเห็นได้ว่า ทุกๆ สิ่งนั้นพระองค์ทรงเมตตาต่อมวลมนุษย์แทบทั้งสิ้น การหมุนของโลกรอบตัวเองและรอบดวงอาทิตย์ เป็นการกำหนดจากพระองค์ที่พระองค์ทรงให้สรรพสิ่งทั้งหลายได้รับรู้ในเรื่องของเวลา ฤดูกาล ซึ่งนำมาซึ่งปัจจัยยังชีพสำหรับมนุษย์ เรื่องเวลา คือกำหนดที่แสดงถึงการทำงาน การปฏิบัติภารกิจในแต่ละวัน การนัดหมายเพื่อทำธุรกรรมในเรื่องต่างๆ กำหนดเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดของโครงการหรือสถานภาพในการทำงาน ในเรื่องของฤดูกาล ทำให้เราได้เห็นถึงการประกอบกิจกรรมที่เหมาะสมกับพื้นที่ สิ่งแวดล้อม การเพาะปลูก การเลี้ยงสัตว์ ซึ่งจะเป้นการกำหนดระยะเวลาในกาเริ่มต้น หรือปรับสภาพพื้นที่ให้เหมาสมตามสภาพ เวลา แสงแดด ที่จะนำไปสู่ผลสำเร็จแห่งกิจกรรมต่างๆที่มนุษย์กำลังดำเนินอยู่ในแต่ละเรื่อง แต่ละสภาพและแต่ละบทบาทของตน ดังนั้น การเริ่มต้นที่ดีมิใช่เป็นสิ่งที่เราจะมอบหมายเรื่องใดๆกับสิ่งอื่นๆ ซึ่งเป็นชิริก เป็นความไม่รู้ในเรื่องของการมอบหมายต่อพระองค์ เป็นการกระทำของกลุ่มชนอื่นๆ มิใช่การกระทำของมุสลิมผู้ศรัทธาต่อพระองค์ ดังนั้น เมื่อจะเริ่มกิจกรรมใดๆ ก็ตาม มุสลิมจะต้องมอบหมายภารกิจต่อพระองค์ เป็นการมอบหมายที่มุ่งเน้นถึงแนวทาง ที่พระองค์ทรงรักและทรงเมตตา แตกต่างจากแนวทางแห่งกลุ่มชนอื่นๆ ที่มุ่งเน้นแสวงหาความโปรดปราณจากการตั้งภาคีอื่นเสมือนหรือเท่าเทียมต่อพระองค์ ซึ่งเป็นแนวทางที่มิใช่แนวทางแห่งพระองค์ ดังโองการจากซูเราะห์อาลิอิมรอน Al-Qur’an, 003.129 (Aal-E-Imran [The Family of Imran]) ความว่า
003.129 وَلِلَّهِ مَا فِي السَّمَاوَاتِ وَمَا فِي الأرْضِ يَغْفِرُ لِمَنْ يَشَاءُ وَيُعَذِّبُ مَنْ يَشَاءُ وَاللَّهُ غَفُورٌ رَحِيمٌ
003.129 To Allah belongeth all that is in the heavens and on earth. He forgiveth whom He pleaseth and punisheth whom He pleaseth; but Allah is Oft-Forgiving, Most Merciful.
[3.129] และสิ่งที่อยู่ในบรรดาชั้นฟ้าและสิ่งที่อยู่ในแผ่นดินนั้นเป็นสิทธิของอัลลอฮ์เท่านั้นพระองค์จะทรงอภัยโทษให้แก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และจะทรงลงโทษแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และอัลลอฮ์นั้นคือผู้ทรงอภัยโทษ ผู้ทรงเมตตาเสมอ

ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย
เมื่อเรามอบหมายภารกิจใดๆ ต่อพระองค์แล้ว หากเรามองถึงสภาพแวดล้อมรอบตัวเรา เราจะพบว่า ในสังคมหนึ่งๆ มีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด เพราะความสามารถของแต่ละคนนั้นไม่เท่ากัน จะเห็นว่าในทุกๆ สังคม จะมีการเรียกร้องในเรื่องต่างๆ มากมาย เป็นการเรียกร้องเพื่อความชอบธรรมของกลุ่มชนนั้น ๆ บางครั้งการเรียกร้องก็เป็นเรื่องที่คนมส่วนใหญ่ของสังคมเมินเฉยต่อกลุ่มชนที่อ่อนด้อยกว่า ไม่แยแสอนาทรร้อนใจของพวกเขาเหล่านั้น หากเรามองที่จุดมุ่งหมายและเจตนารมณ์แห่งอัลอิสลามแล้ว จะพบว่า จุดมุ่งมั่นที่พระองค์ทรงกำหนดไว้ในข้อปฏิบัติที่สำคัญของอัลอิสลาม คือ ความสันติสุข และสังคมที่จะพึงมีความสันติสุขได้นั้น ประการแรกคือ เราต้องมีความสมานฉันท์กัน เราต้องมองทุกๆ คนในสังคมนั้น เรามีคุณค่าแห่งความเป็นคนที่เท่าเทียมกัน ไม่มีใครที่จะยิ่งใหญ่กว่าคนอื่นๆ ในประการต่อมา คนที่แข็งแรงกว่า ต้องไม่เบียดเบียนคนที่อ่อนด้อยกว่า ตรงกันข้าม ต้องโน้มตัวตนลงมาเพื่อแบ่งปันให้กับคนที่อ่อนด้อกว่าตน หาใช่มุ่งเอาเปรียบพวกเขาเหล่านั้น ประการต่อมา ทุกๆคนในสังคม ต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน นั่นคือ เราต้องร่วมมือกันสร้างสรรค์สังคม ร่วมกัน เสมือนหนึ่งเราอยู่บ้านเรือนเดียวกัน เราต้องช่วยกันดูแลบ้านของเราให้อยู่ในสภาพที่ดี ไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับคนในบ้านและเพื่อนบ้านทั้งหลาย นั่นเหล่ะ คือการสร้างสรรค์สังคมอิสลามที่ยั่งยืน ขอให้พิจารณา โองการจากซูเราะห์อาลิอิมรอน Al-Qur’an, 003.092 (Aal-E-Imran [The Family of Imran]) ความว่า
003.092 لَنْ تَنَالُوا الْبِرَّ حَتَّى تُنْفِقُوا مِمَّا تُحِبُّونَ وَمَا تُنْفِقُوا مِنْ شَيْءٍ فَإِنَّ اللَّهَ بِهِ عَلِيمٌ
003.092 By no means shall ye attain righteousness unless ye give (freely) of that which ye love; and whatever ye give, of a truth Allah knoweth it well.
[3.92] พวกเจ้าจะไม่ได้คุณธรรมเลยจนกว่าพวกเจ้าจะบริจาคจากสิ่งที่พวกเจ้าชอบและสิ่งใดที่พวกเจ้าบริจาคไปแท้จริงอัลลอฮ์ทรงรู้ในสิ่งนั้นดี
ขอให้กระผมและท่านทั้งหลาย จงยึดมั่นในความรัก ความเข้าใจ และความปรารถนาดีต่อกัน เพื่อให้สังคมของเราดำเนินไปตามแนวทางแห่งอัลอิสลาม แม้เราจะต้องแข่งขันในบางเรื่องกับเพื่อนมุสลิมของเรา แต่ขอให้เราจงต่อสู้เพื่ออิสลาม นำพาแบบฉบับของท่านศาสดาและหลักการตามโองการของพระองค์ เพื่อจรรโลงสังคมของเราให้เป็นสังคมที่ทุกๆ ฝ่ายต่างให้ความชื่นชม และมุสลิมทุกๆ คน มุ่งหมายอิบาดัรเพื่อพระองค์
ท่านทั้งหลาย
จงขอบคุณต่อพระองค์ ที่ทำให้เราได้เห็นบทเรียนจากประชาชาติทั้งหลายที่มีมาก่อนหน้าพวกเรา รวมถึงบทเรียนที่เราประสบด้วยตนเอง อย่างไรก็ตาม การแสดงออกถึงความดีใจและความเสียใจในสิ่งที่พระองค์ทรงเมตตานั้น ถือได้ว่า ไม่ให้เราแสดงออกจนเกินเลยขอบเขตของพระองค์ แสดงความดีใจและเสียใจในวาระที่เราได้รับหรือไม่ได้รับสิ่งใด เพื่อเป็นข้อเตือนใจให้เราทั้งหลาย ได้มองเห็นถึงสิ่งต่างๆ ที่พระองค์จะทดสอบในเรื่องต่างๆของพวกเรา เพราะหากเราไม่มุ่งมั่นในเรื่องใดๆ ต่อพระองค์แล้ว แน่นอนเราจะพบกับความเสียใจและความไม่พึงประสงค์ ในวันแห่งการตอบแทนทั้งๆ เรามองข้ามสิ่งนั้นอย่างไม่เจตนาหรือละเลยไปในวันนี้ จากโองการจากซูเราะห์อาลิอิมรอน Al-Qur’an, 003.120 (Aal-E-Imran [The Family of Imran]) ความว่า
003.120 إِنْ تَمْسَسْكُمْ حَسَنَةٌ تَسُؤْهُمْ وَإِنْ تُصِبْكُمْ سَيِّئَةٌ يَفْرَحُوا بِهَا وَإِنْ تَصْبِرُوا وَتَتَّقُوا لا يَضُرُّكُمْ كَيْدُهُمْ شَيْئًا إِنَّ اللَّهَ بِمَا يَعْمَلُونَ مُحِيطٌ
003.120 If aught that is good befalls you, it grieves them; but if some misfortune overtakes you, they rejoice at it. But if ye are constant and do right, not the least harm will their cunning do to you; for Allah Compasseth round about all that they do.
[3.120] หากมีความดีใดๆ ประสบแก่พวกเจ้า ก็ทำให้พวกเขาเศร้าใจและถ้าหากความชั่วใด ๆ ประสบแก่พวกเจ้าพวกเขาก็ดีใจเนื่องด้วยความชั่วนั้นและถ้าพวกเจ้าอดทน และยำเกรงแล้วไซร้ อุบายของพวกเขาก็ย่อมไม่เป็นอันตรายแก่พวกเจ้าแต่อย่างใดแท้จริงอัลลอฮ์นั้นทรงล้อม ซึ่งสิ่งที่พวกเขากระทำกัน

ดังนั้น ขอให้เราทั้งหลาย จงอยู่ในความเมตตาจากพระองค์ ขอให้เราทั้งหลาย จงร่วมมือร่วมแรงร่วมใจกัน เพื่อช่วยกันแบกหามความสำเร็จที่มีต่อพระองค์ เพื่อที่เราทั้งหลายจะได้ตามที่พระองค์ทรงประสงค์ และได้รับในความดีจากพระองค์ และจงมอบหมายในความสำเร็จที่จะได้มาต่อพระองค์ และเราทั้งหลายจงยำเกรงต่อพระองค์

إِنَّ اللَّهَ وَمَلائِكَتَهُ يُصَلُّونَ عَلَى النَّبِيِّ يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا صَلُّوا عَلَيْهِ وَسَلِّمُوا تَسْلِيمًا
رَبَّنَا آتِنَا فِي الدُّنْيَا حَسَنَةً وَفِي الآخِرَةِ حَسَنَةً وَقِنَا عَذَابَ النَّارِ
إِنَّ اللَّهَ يَأْمُرُ بِالْعَدْلِ وَالإحْسَانِ وَإِيتَاءِ ذِي الْقُرْبَى وَيَنْهَى عَنِ الْفَحْشَاءِ وَالْمُنْكَرِ وَالْبَغْيِ يَعِظُكُمْ لَعَلَّكُمْ تَذَكَّرُونَ

سُبْحَانَ رَبِّكَ رَبِّ الْعِزَّةِ عَمَّا يَصِفُونَ
وَسَلامٌ عَلَى الْمُرْسَلِينَ
وَالْحَمْدُ لِلَّهِ رَبِّ الْعَالَمِينَ

ว่าบิ้ลลาฮิเตาฟีก วั้ลฮิดายะห์
วัสสลาม
มูฮำหมัด สันประเสริฐ

อ้างอิง
Text Copied from DivineIslam’s Qur’an Viewer software v2.9
อัลกุรอ่านฉบับภาษาไทย สมาคมนักเรียนเก่าอาหรับ ดำเนินการจัดพิมพ์โดยกระทรวงกิจการฮัจย์ แห่งราชอาณาจักรซาอุดิอาเบีย
อัลฮาดีซ : Hadith of The Day V 1.0 Freeware by FaridAnasri avater@muslimonline.com (www.beconvinced.com

เกี่ยวกับ sosanpt
วิศวกรรังวัดชำนาญการพิเศษ กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: