สมานฉันท์คือทางรอดของสังคม

มิมบัรออนไลน์

คุตบะห์วันศุกร์  2  ยะมาดิลเอาวัล 1431    (วันศุกร์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2553)

สมานฉันท์คือทางรอดของสังคม

  الْحَمْدُ لِلَّهِ رَبِّ الْعَالَمِينَ

 يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا اتَّقُوا اللَّهَ حَقَّ تُقَاتِهِ وَلا تَمُوتُنَّ إِلا وَأَنْتُمْ مُسْلِمُونَ

وَاعْتَصِمُوا بِحَبْلِ اللَّهِ جَمِيعًا وَلا تَفَرَّقُوا وَاذْكُرُوا نِعْمَةَ اللَّهِ عَلَيْكُمْ إِذْ كُنْتُمْ أَعْدَاءً فَأَلَّفَ بَيْنَ قُلُوبِكُمْ فَأَصْبَحْتُمْ بِنِعْمَتِهِ إِخْوَانًا وَكُنْتُمْ عَلَى شَفَا حُفْرَةٍ مِنَ النَّارِ فَأَنْقَذَكُمْ مِنْهَا كَذَلِكَ يُبَيِّنُ اللَّهُ لَكُمْ آيَاتِهِ لَعَلَّكُمْ تَهْتَدُونَ

มวลการสรรเสริญเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮ์ ผู้ทรงอภิบาลโลกทั้งหลาย

ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาแล้วทั้งหลาย

ช่วงปิดเทอมนี้เป็นช่วงที่เด็กๆ ต่างมุ่งแสวงหาแบบฉบับและแบบอย่างที่พวกเขาเหล่านั้นจะนำไปเป็นแบบอย่างต่อไปในช่วงชีวิตที่พวกเขาจะได้เติบใหญ่ และเป็นกำลังสำคัญของสังคมและประเทศชาติ หากผู้ใหญ่ในวันนี้เป็นตัวแบบที่ดีให้กับเขาไม่ได้ แน่นอนว่าในวันข้างหน้าพวกเขาคงต้องกระทำตามอย่างที่เขาได้เห็นในวันนี้และแน่นอน ความสูญเสียย่อมต้องเกิดขึ้นและนำมาซึ่งความเสียหายที่ไม่สามารถประเมินค่าได้ ซึ่งอาจมากกว่าที่เราเห็นความเสียหายในวันนี้เสียอีก ดังนั้น เราจึงมุ่งกำกับดูแลและให้ความสำคัญในกิจกรรมต่างไ ของพวกเขาเหล่านั้นเสียแต่วันนี้เถิด อย่ารั้งรออย่างผัดวันประกันพรุ่ง ไม่เช่นนั้น เราต้องมาเสียในเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งเราสามารถควบคุมมิให้มันเกิดขึ้นได้หากในวันนี้เราให้แต่สิ่งที่ดีสำหรับเขา เราทำเป็นตัวแบบ ตัวอย่างและแบบฉบับที่ดีไว้ให้พวกเขา ดังนั้น กระผมจึงขอเตือนตนเองและท่านทั้งหลาย จงยำเกรงต่อพระองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ.) เถิด เพราะ ณ พระองค์นั้น คือความโปรดปราณด้วยความเมตตากรุณาปราณีอันยิ่งใหญ่ และพร้อมเสมอสำหรับการขอพรจากพระองค์ และเมื่อพระองค์ทรงรับดุอาอ์ของบ่าวผู้ยำเกรงต่อพระองค์แล้ว นั่นคือสิ่งที่ดีที่สุดและจงชุโกรต่อพระองค์ให้มากๆ เพราะนั่นคือสิ่งปรารถนาอันยิ่งใหญ่ของบ่าวของพระองค์

ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย

ความแตกต่างกันทางด้านความคิดเห็น ทัศนคติ ปรัชญาในการดำเนินชีวิต สิ่งต่างๆเหล่านี้หากพัฒนาการของมันออกไปในรูปแบบของกระบวนการนำและการรวบรวมหมู่ของคนที่มีความรัก ความคิด ทัศนคติร่วมกัน จะนำพาไปสู่การสร้างกลุ่ม หมู่มวลทั้งหลายซึ่งในที่สุดแล้วเมื่อกระบวนการดังกล่าวดำเนินต่อไปและพัฒนาการไปสู่รูปแบบของกระแสแนวความคิดและปัจจัยต่างๆ กลายมาเป็นการรวมกลุ่มของคนที่มีความคิดเดียวกันร่วมกัน สร้างพลังกดดันกลุ่มชนที่ไม่เห็นด้วย ที่สุดแล้วหากกระบวนการดังกล่าวพัฒนาออกไปอย่างไร้ทิศทางแน่นอนว่าสังคมย่อมได้รับผลกระทบจากกลุ่มชนดังกล่าวนั้น ความแตกแยก ความไม่ลงรอยกันจะนำมาซึ่งความไม่สงบของสังคม ดังที่เราได้เห็นกันอยู่อย่างมากมายในหลายๆพื้นที่ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

การเคารพกันในความคิด การยอมรับฟังความคิดที่แตกต่างกัน นั่นคือแนวทางประชาธิปไตยที่มีคุณค่าและเป็นแบบฉบับทางการปกครองที่ในสังคมต่างมีมุมมองร่วมกันว่าเป็นการแสดงออกในการแสวงหาการปกครองร่วมกันที่ดีที่สุด มากกว่ารูปแบบทางการปกครองวิธีอื่นๆ ที่ใช้กันมาในความหลากหลายของสังคม รูปแบบการปกครองดังกล่าวนี้เอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การมีตัวแทนปวงชนเข้าไปใช้อำนาจอธิปไตยแทนปวงชน จึงถูกมองอย่างแยกไม่ออกกับการปกครองในรูปแบบประชาธิปไตย แม้ว่าในการปกครองรูปแบบอื่นๆ ต่างก็มีการเลือกตั้งเหมือนกัน หากแตกต่างที่วิธีคิด รวมไปถึงการบริหารจัดการความขัดแย้งที่นิ่มนวลปราศจากความรุนแรงโดยจับอาวุธเข้าประหัสประหารกัน แล้วในที่สุด ก็ต้องมาถกเกียงกันอีกว่าในเป็นคนเริ่มทำร้ายกันอีก จนกระทั่งมีประเด็นใหม่ของความขัดแย้งในรอบต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ดังนั้น หากมองในรูปแบบของสังคมประชาธิปไตยแล้ว เมื่อการแข่งขันสิ้นสุด ทุกคนที่อยู่ในสนามการแข่งขันนั้น ต้องน้อมยอมรับการนำของฝ่ายที่ได้รับชัยชนะ และฝ่ายที่ได้รับชัยชนะต้องฟังความคิดเห็นของเสียงข้างน้อยนั้น เพื่อก้าวข้ามความขัดแย้งกันและสมานฉันท์กันรับฟังกันและทะเลาะกันเฉพาะในกติกาเมื่อสิ้นสุดแล้วต้องแปรความขัดแย้งนั้นไปสู่จุดมุ่งหมายร่วมกันขจัดความแตกต่างทางด้านความคิดรับฟังและเปิดใจให้กว้าง แล้วในที่สุดชัยชนะนั้นจะเกิดขึ้นกับสังคมและประเทศชาติของเรา หากแต่ละฝ่ายแสวงหาจุดต่างกัน โดยไม่เปิดใจร่วมกันรับฟังกัน ในที่สุดสังคมนั้นก็จะถูกบั่นทอนและกลายเป็นสังคมที่ล้าหลังไร้การพัฒนาในที่สุด

ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย

ในวาระอันใกล้นี้ คืออีกประมาณ 1 เดือนข้างหน้า กระทรวงมหาดไทยกำหนดให้มีการเลือกตั้งตำแหน่ง “จุฬาราชมนตรี” ผู้นำทางศาสนาแห่งประเทศไทย ในวันที่ 17 พฤษภาคม 2553 ระหว่างเวลา 08.00 – 17.00 น. ณ ศูนย์บริหารกิจการอิสลาม คลองสิบ เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร โดยมีตัวแทนคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดทั่วประเทศ รวมประมาณ 780 คน เข้าร่วมกันเพื่อสรรหาบุคคลเพื่อเป็น “จุฬาราชมนตรี” ตามที่กฎหมายกำหนด ดังนั้น ไม่ว่าใครจะมาเป็นจุฬาราชมนตรี ก็ตาม เมื่อกระบวนการสรรหาสิ้นสุดแล้วถือว่าบุคคลนั้นเป็นที่ยอมรับของสังคม และทุกๆ ฝ่ายต้องให้การยอมรับ แต่ก่อนที่จะก้าวข้ามผ่านกระบวนการดังกล่าวนั้น ในการสรรหา ครั้งนี้ ดูเหมือนจะคล้ายๆกับการหาเสียงของนักการเมือง คือมีหัวคะแนนที่คอยวิ่งไปหาเสียง ต่อรองเรื่องผลประโยชน์หากมีการลงคะแนนเสียงของผู้แทนจากจังหวัดต่างๆ มีการตัดแต้มคะแนนกัน มีการต่อรองเพื่อให้มีการถอนตัว หรือแม้แต่มีการต่อรองเรื่องผลประโยชน์ในรูปแบบของเงินและสิ่งของ ซึ่งแต่ละข่าวที่ออกมานั้น ทำให้ต้องมาย้อนคิดกันว่า การเลือกผู้นำในรูปแบบแห่งอัลอิสลามและซุนนะห์ของท่านศาสดานั้นเป็นอย่างไร กำหนดไว้เช่นไร ก็ไม่พบว่าตำแหน่งดังกล่าวนั้น คงมิใช่เพียงการประมูลค่าเหมือนการประกวดราคาของทางราชการ และไม่ใช่เป็นตำแหน่งอันเป็นมรดกตกทอดตามสายเลือดหรือพันธุกรรมแต่อย่างใด หากแต่ตำแหน่งดังกล่าวต้องมีความเหมาะสม ในลักษณะที่บ่งบอกได้ว่า คนที่จะมาทำหน้าที่ดังกล่าวนั้น ต้องมีความรู้ มิใช่เพียงแค่งูๆ ปลาๆ แต่ต้องลึกซึ้ง ทั้งในแง่ของความรู้ในอัลกุรอ่านและอัลฮาดีซ อีกทั้งจริยวัตรในการปฏิบัติของผู้นำต้องเป็นแบบอย่างและแบบฉบับที่ดีให้กับผู้ตามได้ ตำแหน่งจุฬาราชมนตรีจึงเป็นตำแหน่งที่สำคัญ หากการสรรหาแล้วปรากฏว่ามีผู้มีความเหมาะสมหลายท่าน ก็ต้องสรรหาเพื่อให้เหลือเพียงหนึ่งท่านเท่านั้นและคนที่ไม่ได้เลือก ก็ต้องเข้าร่วมทำงานร่วมกับคนที่ได้รับแต่งตั้งนั้นด้วย ทั้งนี้อย่ามองว่าด้อยค่า แต่ควรมองว่า นั้นคือพระประสงค์ของอัลลอฮ์ (ซ.บ.) ที่กำหนดไว้ ขอให้เราพิจารณาโองการจากอัลกุรอ่านซูเราะห์อาลิอิมรอน  Al-Qur’an, 003.102-103 (Aal-E-Imran [The Family of Imran])  ความว่า

 003.102 يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا اتَّقُوا اللَّهَ حَقَّ تُقَاتِهِ وَلا تَمُوتُنَّ إِلا وَأَنْتُمْ مُسْلِمُونَ

003.102 O ye who believe! Fear Allah as He should be feared, and die not except in a state of Islam.

[3.102] โอ้ผู้ศรัทธาทั้งหลาย! จงยำเกรงอัลลอฮ์อย่างแท้จริงเถิด และพวกเจ้าจงอย่าตาย เป็นอันขาดนอกจาก

ในฐานะที่พวกเจ้าเป็นผู้นอบน้อมเท่านั้น

003.103 وَاعْتَصِمُوا بِحَبْلِ اللَّهِ جَمِيعًا وَلا تَفَرَّقُوا وَاذْكُرُوا نِعْمَةَ اللَّهِ عَلَيْكُمْ إِذْ كُنْتُمْ أَعْدَاءً فَأَلَّفَ بَيْنَ قُلُوبِكُمْ فَأَصْبَحْتُمْ بِنِعْمَتِهِ إِخْوَانًا وَكُنْتُمْ عَلَى شَفَا حُفْرَةٍ مِنَ النَّارِ فَأَنْقَذَكُمْ مِنْهَا كَذَلِكَ يُبَيِّنُ اللَّهُ لَكُمْ آيَاتِهِ لَعَلَّكُمْ تَهْتَدُونَ

003.103 And hold fast, all together, by the rope which Allah (stretches out for you), and be not divided among yourselves; and remember with gratitude Allah’s favour on you; for ye were enemies and He joined your hearts in love, so that by His Grace, ye became brethren; and ye were on the brink of the pit of Fire, and He saved you from it. Thus doth Allah make His Signs clear to you: That ye may be guided.

[3.103] และพวกเจ้าจงยึดสายเชือกของอัลลอฮ์โดยพร้อมกันทั้งหมดและจงอย่าแตกแยกกัน และจำรำลึกถึง

ความเมตตาของอัลลอฮ์ที่มีแต่พวกเจ้าขณะที่พวกเจ้าเป็นศัตรูกัน แล้วพระองค์ได้ทรงให้สนิทสนมกันระหว่าง

หัวใจของพวกเจ้า แล้วพวกเจ้าก็กลายเป็นพี่น้องกันด้วย ความเมตตาของพระองค์ และพวกเจ้าเคยปรากฏอยู่บนปากหลุมแห่งไฟนรก แล้วพระองค์ก็ทรงช่วยพวกเจ้าให้พ้นจากปากหลุมแห่งนรกนั้น ในทำนองนั้นแหละ อัลลอฮ์จะทรงแจกแจงแก่พวกเจ้าซึ่งบรรดาโองการของพระองค์ เพื่อว่าเพวกเจ้าจะได้รับแนวทางอันถูกต้อง

ดังนั้น ในวาระอันใกล้นี้ ขอให้สังคมมุสลิมของเราอย่าแตกแยกกัน เพราะปลายทางของความแตกแยกกันนั้น พระองค์ทรงกำหนดไฟนรกอันร้อนแรงไว้รอคอยกลุ่มที่มีความแตกแยกกันไว้แล้ว ขอเพียงอย่าให้พวกเราเป็นเพียงฟืนที่คอยสุมไฟนั้นเพิ่มพูนความร้อนแรงแห่งเปลวเพลิงเหล่านั้น แต่หากเรามุ่งแนวทางสมานฉันท์ร่วมกัน ความสุขแห่งสงคมและนำใจแห่งพวกเราจะลบความร้อนแรงแห่งเปลวเพลิงเหล่านั้นได้

ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย

จากเหตุการณ์ที่ผ่านพ้นไปในสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่มีใครมีความสุขบนความเสียหายและหายนะของชาติ ซึ่งหากใครก็ตามได้ประโยชน์จากการสูญเสียดังกล่าวนั้น เขาผู้นั้นคือคนที่ทำลายชาติอย่างแท้จริง มีคำกล่าวหนึ่งที่ห่วงใยและอาทรต่อเหคุการณ์ดังกล่าวนั้น ว่า “คนที่เป็นพ่อเป็นแม่ จะรักลูกๆ ของเขา แม้ลูกเล่านั้นจะไม่รักพ่อแม่ ทรยศต่อพ่อแม่ หรืออกตัญญูต่อพ่อแม่ พ่อแม่ก็ยังรักลูกของเขา แต่หากลูกๆ ทะเลาะกันจนเกิดความบรรลัยแล้วพ่อแม่เสียใจมากกว่า” เป็นคำกล่าวที่สะท้อนให้เห็นถึงคนที่รัก มองดูสภาพความเสียหายของบรรยากาศต่างๆ จากความเสียหายอันเกิดจากการทะเลาะกัน อย่างขาดสติ ความยั้งคิดและความบรรลัยจากเหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงขีดความสามารถในการขจัดความขัดแย้ง ดังนั้น แม้ว่าเราจะเห็นแตกต่าง เราไม่รักกัน แต่ถ้าเรามองหารจุดร่วมและสงวนจุดต่างได้แล้ว ความยิ่งใหญ่ ความภาคภูมิใจนั้น จะตามมาในภายภาคหน้า แต่ถ้าวันนี้เรามุ่งมั่นที่จะชนะสงครามร่วมกันแล้ว ความวิบัติย่อมเกิดขึ้นจากแนวความคิดที่เป็นอันตรายเหล่านั้น ดังนั้น จากโองการอัลกุรอ่านที่ได้หยิบยกมาในสัปดาห์นี้ จึงสะท้อนได้อย่างชัดเจนได้ว่า ความยิ่งใหญ่ ความภาคภูมิใจ และความก้าวหน้าของสังคมและประเทศชาติของเรานั้น จะเป็นไปได้ถ้าประชาชนของเราสมานฉันท์กันไม่ทะเลาะกัน และความผาสุขของประเทศจะมีมาและเราทุกคนจะได้รับประโยชน์สุขร่วมกัน

إِنَّ اللَّهَ يَأْمُرُ بِالْعَدْلِ وَالإحْسَانِ وَإِيتَاءِ ذِي الْقُرْبَى وَيَنْهَى عَنِ الْفَحْشَاءِ وَالْمُنْكَرِ وَالْبَغْيِ يَعِظُكُمْ لَعَلَّكُمْ تَذَكَّرُونَ

  إِنَّ اللَّهَ وَمَلائِكَتَهُ يُصَلُّونَ عَلَى النَّبِيِّ يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا صَلُّوا عَلَيْهِ وَسَلِّمُوا تَسْلِيمًا

رَبَّنَا آتِنَا فِي الدُّنْيَا حَسَنَةً وَفِي الآخِرَةِ حَسَنَةً وَقِنَا عَذَابَ النَّارِ

سُبْحَانَ رَبِّكَ رَبِّ الْعِزَّةِ عَمَّا يَصِفُونَ

 وَسَلامٌ عَلَى الْمُرْسَلِينَ

وَالْحَمْدُ لِلَّهِ رَبِّ الْعَالَمِينَ

ว่าบิ้ลลาฮิเตาฟีก วั้ลฮิดายะห์

วัสสลาม

มูฮำหมัด   สันประเสริฐ

อ้างอิง

 Text Copied from DivineIslam’s Qur’an Viewer software v2.9

อัลกุรอ่านฉบับภาษาไทย สมาคมนักเรียนเก่าอาหรับ ดำเนินการจัดพิมพ์โดยกระทรวงกิจการฮัจย์ แห่งราชอาณาจักรซาอุดิอารเบีย

เกี่ยวกับ sosanpt
วิศวกรรังวัดชำนาญการพิเศษ กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: