คุตบะห์วันศุกร์ 12 ร่อบีอุ้ลเอาวัล 1431

มิมบัรออนไลน์

คุตบะห์วันศุกร์  12 ร่อบีอุ้ลเอาวัล 1431    (วันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553)

 มหาบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ของโลก (2)

  الْحَمْدُ لِلَّهِ رَبِّ الْعَالَمِينَ

มวลการสรรเสริญเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮ์ ผู้ทรงอภิบาลโลกทั้งหลาย

ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาแล้วทั้งหลาย

กระผมขอซูกูรในเนี้ยะมัตจากพระองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ.) ที่ทรงรักและเมตตาให้เราได้มาพบกันอีกครั้งในวันศุกร์นี้ ขอให้พวกเราจงยำเกรงต่อพระองค์และจงระลึกอยู่เสมอว่า วันหนึ่งข้างหน้าอีกไม่นานเกินรอนั้น เราจะต้องกลับไปยังพระองค์ แต่ในวันนี้ เราได้ใช้ทรัพยากรจากพระองค์ เราได้รับประโยชน์ต่างๆ มากมาย เราแสวงหาซึ่งความสุข ตามอารมณ์ ตามความพอใจขอเรา แล้วเราได้คิดบ้างหรือไม่ว่า สิ่งต่างๆที่เราได้รับมากมายเหล่านั้น เราจะตอบแทนในสิ่งนั้นๆ อย่างไร เพราะ ณ พระองค์ นั้น พระองค์ไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ จากมัคลู้คของพระองค์นอกเสียจากความยำเกรงต่อพระองค์ รู้จักพระองค์ และกระทำในสิ่งที่พระองค์ทรงใช้ ละเว้นในสิ่งที่พระองค์ทรงห้าม ซึ่งในที่สุดวันแห่งการตัดสิน  เราจะได้ประจักษ์กับสิ่งที่เราได้ประพฤติปฏิบัติในวันนี้ เพราะมุสลิมทั้งหลาย เรามิได้สาระวนกับสิ่งที่เผชิญอยู่ในปัจจุบัน หากแต่เราต้องหมั่นทบทวนอดีต ประพฤติให้ถูกทางในปัจจุบัน เพื่อมุ่งผลแห่งอนาคต เมื่อเราต้องกลับไปยังพระองค์ แน่นอนว่า ผลของการกระทำของเราในปัจจุบัน จะเป็นตำตอบที่ดีที่สุดสำหรับเราในวันนั้น

ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย

ทรัพย์สิน และลูกหลานของเรา คือสิ่งที่พระองค์ทรงใช้เป็นสิ่งทดสอบถึงการทำอิบาดัรของพวกเราภายใต้ข้อจำกัดในเรื่องของความอดทน ความอดกลั้น ความเข้มแข็งในอิหม่าน ความศรัทธาในพระองค์ แบบทดสอบต่างๆ จากพระองค์ เป็นสิ่งที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในการทดสอบสิ่งหนึ่งสิ่งใด ไม่ว่าเรื่องนั้นๆ จะเป็นเรื่องใหญ่ หรือเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ล้วนแล้ว เป็นตัววัดที่สำคัญทั้งสิ้น เรื่องต่างๆ ที่พระองค์ทรงทดสอบนั้น เพื่อหวังว่าคนที่ถูกทดสอบจะมีความเข้มแข็งต่อสภาวะที่กำลังประสบอยู่นั้น ในขณะเดียวกัน คนอื่นๆ ที่มองดูการทดสอบจากพระองค์อยู่ ก็อยู่ในสภาพที่ต้องถูกทดสอบด้วยเช่นกัน ดังนั้น ในเมื่อพระองค์ทรงต้องการอิหม่านศรัทธาจากมวลมนุษย์ทั้งหลายอยู่นั้น เราจึงต้องพร้อมที่จะถูกทดสอบด้วย ไม่ว่าเรื่องที่เราถูกทดสอบนั้น จะเล็กๆ น้อยๆ ไปจนถึงเรื่องที่ยิ่งใหญ่และมีความรุนแรงเพียงไร ผลจากสิ่งต่างๆ เหล่านั้น จึงอยู่ที่สิ่งที่เราได้สัมผัสนั้น เราแสดงออกอย่างไร ดังนั้น ขอให้เราทุกคนต้องมีความพร้อมอยู่เสมอสำหรับการทดสอบจากพระองค์ในทุกเรื่อง ทุกเวลา ทุกสภาวะ ดังเช่น ท่านศาสดามูฮำมัด (ซ.ล.) ได้ถูกทดสอบในสิ่งที่ยิ่งใหญ่จากพระองค์ นั่นคือ การเป็นเด็กกำพร้า ที่ต้องขาดทั้งพ่อและแม่ และได้รับการอุปการะเลี้ยงดูจากลุง ซึ่งเป็นพ่อค้า และมีลูกมากมาย  สิ่งที่ท่านได้รับในวัยเด็ก คือ สภาพของเด็กที่ขาดที่พึ่งพิง ไม่มีใครเอาอกเอาใจเหมือนเยาวชนในปัจจุบัน ที่มีพ่อแม่คอยใจใส่อยู่เสมอ คอยตักเตือนในเรื่องต่างๆ ทั้งการเรียน และปัจจัยต่างๆ ชีวิตของท่านในวัยเด็ก ท่านถูกทดสอบจากพระองค์ในเรื่องนี้ แต่ท่านก็อดทนและพร้อมกับการทดสอบโดยไม่ย่อท้อหรือท้อแท้กับชีวิตและความเป็นอยู่ในช่วงนั้น ลุง ซึ่งเป็นผู้ปกครองของท่านมักจะให้ความรักและความปรารถนาดีแก่ท่านในเรื่องต่างๆ คอยปกป้อง หากมูฮำมัดในช่วงเยาว์วัยจะพานพบ แต่สิ่งนั้น คงเทียบไม่ได้กับการที่เด็กคนหนึ่งจะพึงได้รับจากพ่อและแม่ การใช้ชีวิตของท่านในช่วงนี้ จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ท่านมีความอดทนต่อทุกภาวะที่บีบครั้นจิตใจ การตัดสินใจในเรื่องที่มีความสำคัญ และในการประกาศศาสนาของท่านภายใต้สภาวะที่ถูกต่อต้านจากชนที่ตั้งตนเป็นศัตรูของท่าน

ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย

ชีวิตของเด็กหรือเยาวชนที่ต้องกลายมาเป็นเด็กกำพร้านั้น เป็นสภาวะทางจิตใจและจิตใต้สำนึกของพวกเขาที่ต้องขาดซึ่งผู้ที่จะเป็นแบบอย่างให้กับเขา ไม่ว่าจะเป็นพ่อหรือแม่ก็ดี อาจกล่าวได้ว่า ชีวิตครอบครัวหนึ่งที่มีพร้อมทั้งพ่อและแม่ นั้น ลูกๆ ที่ผ่านการอบรมเลี้ยงดูจากท่านทั้งสอง จะมีชีวิตที่สดใส ได้รับความรักความเอาใจใส่ อยากเรียกร้องสิ่งใดจากพ่อและแม่ ก็จะได้ตามใจปรารถนา แต่สำหรับเด็กๆ ที่ขาดความอบอุ่นในครอบครัว การที่จะแสวงหา หรือได้มาด้วยสิ่งที่มุ่งหวัง ต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยน ซึ่งสังคมหรือสภาพแวดล้อมทางสังคมรอบตัวพวกเขาเหล่านั้น จะเป็นปัจจัยสำคัญ ในเรื่องสิ่งแลกเปลี่ยนที่เขาได้มาในสิ่งนั้นๆ การแสวงหาความสุขของพวกเขา เหล่านั้น เขาจึงต้องใช้การแลกเปลี่ยนเป็นปัจจัยสำคัญ ดังนั้น สิ่งต่างๆเหล่านี้ จึงเป็นตัววัดผลของการกระทำของพวกเขา และเป็นสิ่งที่จะติดตัวของเขาไปตลอด เพื่อเป็นประจักษ์พยานในการกระทำต่างๆ ของพวกเขา ดังนั้น จะเห็นได้ว่า การขัดเกลาของผู้ปกครองของเด็กกำพร้านั้น จะเป็นปัจจัยที่จะชี้นำแนวทางปฏิบัติของเด็กๆ เหล่านั้น ในยามที่พวกเขาเติบโตในภายภาคหน้า ถ้าหากเขาได้รับการปฏิบัติและได้รับการทดแทนจากการขาดซึ่งพ่อ แม่ ของพวกเขา จะทำให้การดำเนินชีวิตของพวกเขาเหล่านั้น ต่อไป ซึ่งเขาจะเป็นคนดีของสังคม หรือเป็นภาระของสังคม ก็อยู่ที่ การชี้นำแนวทางเหล่านี้ ซึ่งแม้ว่าเราจะอยู่ห่างจากพวกเขา แต่ในสังคมเดียวกันแล้ว เราจะทอดทิ้งให้เขาเป็นภาระของสังคมกระนั้นหรือ  จากโองการอัลกุรอ่าน ที่ได้ยกมาในช่วงแรก นั้น ความว่า

093.001 وَالضُّحَى

093.001 By the Glorious Morning Light,

[93.1] ขอสาบานด้วยเวลาสาย

093.002 وَاللَّيْلِ إِذَا سَجَى

093.002 And by the Night when it is still,-

[93.2] และด้วยเวลากลางคืนเมื่อมันมืดและสงัดเงียบ

093.003 مَا وَدَّعَكَ رَبُّكَ وَمَا قَلَى

093.003 Thy Guardian-Lord hath not forsaken thee, nor is He displeased.

[93.3] พระเจ้าของเจ้ามิได้ทรงทอดทิ้งเจ้า และมิได้ทรงโกรธเคืองเจ้า

093.004 وَلَلآخِرَةُ خَيْرٌ لَكَ مِنَ الأولَى

093.004 And verily the Hereafter will be better for thee than the present.

[93.4] และแน่นอนเบื้องปลายเป็นการดียิ่งแก่เจ้ากว่าเบื้องต้น

093.005 وَلَسَوْفَ يُعْطِيكَ رَبُّكَ فَتَرْضَى

093.005 And soon will thy Guardian-Lord give thee (that wherewith) thou shalt be well-pleased.

[93.5] และความแน่นอนพระเจ้าของเจ้าจะให้แก่เจ้าจนกว่าจะพอใจ

093.006 أَلَمْ يَجِدْكَ يَتِيمًا فَآوَى

093.006 Did He not find thee an orphan and give thee shelter (and care)?

[93.6] พระองค์มิได้ทรงพบเจ้าเป็นกำพร้าแล้วทรงให้ที่พึ่งดอกหรือ?

093.007 وَوَجَدَكَ ضَالا فَهَدَى

093.007 And He found thee wandering, and He gave thee guidance.

[93.7] และทรงพบเจ้าระเหเร่ร่อน แล้วก็ทรงชี้แนะทาง (แก่เจ้า) ดอกหรือ ?

093.008 وَوَجَدَكَ عَائِلا فَأَغْنَى

093.008 And He found thee in need, and made thee independent.

[93.8] และทรงพบเจ้าเป็นผู้ขัดสน แล้วให้มั่งคั่ง (แก่) เจ้าดอกหรือ ?

093.009 فَأَمَّا الْيَتِيمَ فَلا تَقْهَرْ

093.009 Therefore, treat not the orphan with harshness,

[93.9] ดังนั้นส่วนเด็กกำพร้าเจ้าอย่าข่มขี่

093.010 وَأَمَّا السَّائِلَ فَلا تَنْهَرْ

093.010 Nor repulse the petitioner (unheard);

[93.10] และส่วนผู้เอ่ยขอนั้น เจ้าอย่าตวาดขับไล่

093.011 وَأَمَّا بِنِعْمَةِ رَبِّكَ فَحَدِّثْ

093.011 But the bounty of the Lord – rehearses and proclaim!

[93.11] และส่วนความโปรดปรานแห่งพระเจ้าของเจ้านั้น เจ้าจงแสดงออก

ชีวิตในช่วงเยาว์วัยของท่านศาสดา เป็นช่วงที่ท่านเป็นเด็กกำพร้าที่อยู่ในความอุปการะของลุง การขัดเกลาของลุงในเรื่องต่างๆ เป็นสิ่งหนึ่งที่ย้ำเตือนให้ท่านได้ใช้ชีวิต เฉกเช่นเด็กทั่วๆ ไป แต่สิ่งที่ท่านได้รับและเป็นสิ่งที่เราได้กล่าวถึงท่านในวันนี้ คือ ความเป็นมหาบุรุษของท่าน ก็ด้วยการขัดเกลาเหล่านี้ ท่านเป็นผู้นำ มิใช่ภาระของสังคม และการที่ท่านได้ประสบในช่วงเยาว์วัยของท่านนั้นเป็นสิ่งหนึ่งที่พระองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ.) ได้ให้โองการแก่ท่านในอายะห์ที่ได้ยกมา จะเห็นว่า สภาพของเด็กกำพร้า เป็นสิ่งหนึ่งที่พระองค์ทดสอบ ทั้งตัวเด็กๆ เหล่านั้น และบุคคลอื่นๆในสังคม ที่จะคอยดูแล เอาใจใส่ต่อพวกเขา เสมือนหนึ่งว่า เด็กๆ เหล่านั้น คือ ตัวแทนที่ทำให้เราได้แง่คิดว่า การกระทำต่อพวกเขาเหล่านั้น เป็นสิ่งทดสอบต่อพวกเราว่า เรารักท่านศาสดามากน้อยเพียงใด ท่านศาสดามีวจนะกับผู้ใกล้ชิดตอนหนึ่งเกี่ยวกับการช่วยเหลือเด็กกำพร้าว่า จะอยู่ใกล้ชิดกับท่านในวันกิยามัต คือใกล้กันเสมือนนิ้วมือของคน นั้นคือ การกระทำต่อเด็กๆ เหล่านั้น เป็นการแสดงออกที่มองเห็นได้ว่า พวกเขาเหล่านั้น ได้รับความโปรดปราณจากพระองค์  ซึ่งเป็นสิ่งที่สังคม ต้องมองถึงความสำคัญในเรื่องนี้

ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย

มหาบุรุษแห่งโลก มิใช่เป็นคนที่มีความเพียบพร้อมทุกๆ อย่าง มิใช่คนที่มีทรัพย์สินมากมายมหาศาล จะเห็นได้ว่า คนที่ร่ำรวยที่สุด หากพระองค์จะเอาคืน เพียงชั่วพริบตา ทรัพย์สินมากมายมหาศาลเหล่านั้น ก็จะอันตธานหายไปเป็นของผู้อื่น หรือตกเป็นของแผ่นดิน หากแต่ การเป็นมหาบุรุษที่ยิ่งใหญ่ ก็ด้วยกระบวนการขัดเกลาในช่วงเยาว์วัย พวกเขาเหล่านั้นได้รับสิ่งใดเป็นตัวอย่าง กระบวนการต่างๆเหล่านั้นได้สร้างให้พวกเขาได้เห็นถึงความเข้มแข็ง ความอดทน และจริยธรรมที่ดีแก่พวกเขามากน้อยเพียงใด วันนี้พวกเขาถูกทดสอบในเรื่องหนึ่ง และเราทั้งหลายก็ถูกทดสอบในเรื่องเดียวกันนี้ เช่นกัน เพียงแต่ว่า พวกเขาประสบกับเรื่องนั้นโดยตรง แต่เราเป็นเพียงผู้ที่คอยดูอยู่ห่างๆ แต่ถ้าเราเพิกเฉยต่อพวกเขา แน่นอนในวันหน้า เมื่อพวกเขาเป็นภาระของสังคม เราย่อมได้รับผลกระทบในทางอ้อม หรือโดยตรง แต่ถ้าเราไม่เพิกเฉยต่อพวกเขา ให้โอกาสกับพวกเขา สนับสนุนในเรื่องที่ดีกับพวกเขา แน่นอนว่า เมื่อเขาเติบใหญ่แล้ว เขาแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม เป็นคนดีของสังคม แล้ว เราซึ่งคอยดูแลพวกเขา แน่นอนความภูมิใจที่ได้รับ การแสดงความปรารถนาดีต่อพวกเขา นั่นคือชัยชนะของสังคม ไม่มีใครทราบได้ว่า เด็กๆ เหล่านั้น อาจได้เป็นมหาบุรุษในสังคมก็เป็นได้      

 

  إِنَّ اللَّهَ وَمَلائِكَتَهُ يُصَلُّونَ عَلَى النَّبِيِّ يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا صَلُّوا عَلَيْهِ وَسَلِّمُوا تَسْلِيمًا

رَبَّنَا آتِنَا فِي الدُّنْيَا حَسَنَةً وَفِي الآخِرَةِ حَسَنَةً وَقِنَا عَذَابَ النَّارِ

إِنَّ اللَّهَ يَأْمُرُ بِالْعَدْلِ وَالإحْسَانِ وَإِيتَاءِ ذِي الْقُرْبَى وَيَنْهَى عَنِ الْفَحْشَاءِ وَالْمُنْكَرِ وَالْبَغْيِ يَعِظُكُمْ لَعَلَّكُمْ تَذَكَّرُونَ

 سُبْحَانَ رَبِّكَ رَبِّ الْعِزَّةِ عَمَّا يَصِفُونَ

 وَسَلامٌ عَلَى الْمُرْسَلِينَ

وَالْحَمْدُ لِلَّهِ رَبِّ الْعَالَمِينَ

ว่าบิ้ลลาฮิเตาฟีก วั้ลฮิดายะห์

วัสสลาม

มูฮำหมัด   สันประเสริฐ

อ้างอิง

 Text Copied from DivineIslam’s Qur’an Viewer software v2.9

อัลกุรอ่านฉบับภาษาไทย สมาคมนักเรียนเก่าอาหรับ ดำเนินการจัดพิมพ์โดยกระทรวงกิจการฮัจย์ แห่งราชอาณาจักรซาอุดิอาเบีย   

อัลฮาดีซ  :   Hadith of The Day  V 1.0  Freeware by FaridAnasri  avater@muslimonline.com    (www.beconvinced.com

คุตบะห์วันศุกร์ 19 กุมภาพันธ์ 2553

มิมบัรออนไลน์

คุตบะห์วันศุกร์  5 ร่อบีอุ้ลเอาวัล 1431    (วันศุกร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553)

 มหาบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ของโลก (1)

  الْحَمْدُ لِلَّهِ رَبِّ الْعَالَمِينَ

มวลการสรรเสริญเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮ์ ผู้ทรงอภิบาลโลกทั้งหลาย

ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาแล้วทั้งหลาย

ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา กระผมและท่านทั้งหลายต่างมุ่งมั่นในภารกิจการงาน ทรัพย์สิน และลูกหลาน เพื่อสร้างความสุขให้กับครอบครัว หนทางแห่งความสำเร็จในภารกิจที่เราทั้งหลายต่างกระทำนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่เราคิดและตั้งใจในสิ่งนั้นๆ ด้วยความหวังของพวกเรา แต่เราอาจมองข้ามไปว่า ความสำเร็จที่เราได้รับนั้น มีจุดมุ่งหมายปลายทางนั้น ที่พระองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ.)  เพราะว่าพระองค์ทรงรักพวกเรา ทรงเมตตาและกรุณาให้กับเรา สิ่งที่พระองค์ทรงฮิดายะห์ให้กับเรานั้น นั่นคือความยิ่งใหญ่ของพระองค์ เป็นความยิ่งใหญ่ที่สรรพสิ่งทั้งหลาย ต่างต้องยำเกรงต่อพระองค์ หาใช่อื่นใดที่ให้กับเราได้ นอกจากพระองค์เท่านั้น ในบางครั้งเราอาจคิดไปต่างๆ นาๆ ว่า ทำไม ชาวกาเฟรทั้งหลายเขาต่างร่ำรวย หรือมีทรัพย์สินต่างๆ มากมาย ขนาดนั้น แต่สำหรับเรา เรายึดมั่นในแนวทางของพระองค์ แต่เรากลับได้รับในริสกี น้อยกว่าเขา หากท่านทั้งหลายในที่นี้คิดอย่างนั้น ขอได้โปรดเตาบัตแล้วย้อนคิดเสียใหม่ว่า ในความเมตตาของพระองค์นั้น พระองค์ได้สั่งสอนพวกเราไว้ด้วยกุศโลบายที่แยบคายว่า การที่พระองค์ให้กับเขาทั้งหลายมากมายในวันนี้นั้น แท้จริงพระองค์ให้ความเมตตาต่อพวกเขาเหล่านั้น เพื่อที่พวกเขาจะได้ใช่สติปัญญาของพวกเขาเหล่านั้น ได้ย้อนถามตนเองได้ว่า เขาเหล่านั้น ได้ใช้ริสกีที่พระองค์ให้แล้ว เขาต้องปฏิบัติตนเช่นไร ดังนั้น วันนี้พระองค์ทรงให้กับเรามากมายในริสกีที่เราได้รับ เราจึงต้องย้อนกลับว่า เราได้ให้กับพระองค์อย่างไรบ้าง แท้จริงแล้ว พระองค์ต้องการสิ่งใดจากเรา และเราต้องให้สิ่งใดแก่พระองค์    ขอให้พวกเราทั้งหลายในที่นี้ จงสำนึกและยำเกรงต่อพระองค์ให้มากที่สุด ซึ่งจากประสบการณ์ที่ผ่านมาของพวกเรานั้น เราได้รับในสิ่งต่างๆ มากมาย เช่นกัน ในบางกรณีเราต่างก็เสียหายในหลายๆ สิ่งด้วยเช่นกัน วันนี้ เรายังมีชีวิตที่ต้องดิ้นรนขวนขวายในสรรพสิ่งต่างๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งความสุข ในชีวิตของเราครอบครัวของเรา วันนี้ เราได้เห็นความยิ่งใหญ่ของพระองค์แล้วหรือยัง

ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย

ในระบบประชาธิปไตย ประชาชนทั้งหลาย ต่างมุ่งหมายที่จะแสวงหาผู้นำที่พวกเขาเห็นว่า จะสร้างความผาสุกให้กับพวกเขา สร้างชาติ บ้านเมืองให้มีความเจริญเติบโต ความยิ่งใหญ่ เป็นที่เกรงขามให้กับประเทศเพื่อนบ้าน ตลอดจนแสวงหาความร่วมมือกันกับเพื่อนบ้าน เพื่อที่จะรวมกลุ่มกันเพื่อการแข่งขันอย่างเสรีกับประเทศมหาอำนาจทั้งหลาย การเลือกตั้งในทางการเมือง เราต่างก็มีมุมมองที่แตกต่างกันทางความคิด แต่ในทางอิสลามแล้ว การเลือกตั้งมิใช่หนทางที่ดีที่สุดในการเลือกผู้นำ ผู้นำทางศาสนาอิสลามต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถเป็นคนที่มีความยุติธรรม รอบรู้ในเรื่องนิติบัญญัติ อัลกุรอ่าน อัลฮาดีซ และหลักชาริอะห์ ดังนั้น การแสวงหาผู้นำตามแนวทางของอิสลาม ที่ถูกต้องแล้ว ผู้อาวุโส บรรดาผู้ที่มีความรู้ ต้องเห็นสอดคล้องกันว่าผู้ที่เหมาะสมที่สุดในกลุ่มของพวกเรา มีความเหมาะสมที่จะทำหน้าที่ผู้นำของพวกเรา แต่การที่พระองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ.) จะทรงเลือกศาสนทูตของพระองค์นั้น บุคคลที่เหมาะสมที่พระองค์ทรงเลือกนั้น พระองค์ทรงให้ความไว้วางใจในการเป็นศาสนทูตของพระองค์ เป็นบุคคลที่มีความเพียบพร้อมในการทำหน้าที่นี้สำหรับพระองค์ เป็นบุคคลที่ไม่มีความสงสัยใดๆ ที่จะนำการสื่อสารในหนทางที่ถูกต้องจากพระองค์มาสู่ประชาชาติของพระองค์ เพราะการสื่อสารจากพระองค์นั้น เป็นสื่อทางเดียวที่มีความถูกต้องในตัวของมัน ไม่มีการเสริมแต่ง ปรับปรุง เพื่อให้การสื่อสารจากพระองค์นั้น เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมหนึ่ง ๆ แต่ การสื่อสารจากพระองค์นั้น คนที่ทำหน้าที่สื่อ จะต้องเป็นบุคคลธรรมดา ไม่มีจริตกริยาที่จะไปดัดแปลงสารจากพระองค์ ซึ่งจะเห็นว่า ครั้งแรกที่พระองค์ประทานคัมภีร์อัลกุรอ่านให้กับท่านศาสดามูฮำหมัด (ซ.ล.)  พระองค์ทรงมีโองการ ความว่า

096.001 اقْرَأْ بِاسْمِ رَبِّكَ الَّذِي خَلَقَ

096.001 Proclaim! (or read!) in the name of thy Lord and Cherisher, Who created-

[96.1] จงอ่าน ด้วยพระนามแห่งพระเจ้าของเจ้าผู้ทรงบังเกิด

แต่ท่านก็ตอบญิบรีลไปว่า เราอ่านไม่เป็น   แต่ญิบรีลก็พยายามให้ท่านอ่านด้วยพระนามของพระเจ้า  และได้มีโองการต่อไปว่า

096.002 خَلَقَ الإنْسَانَ مِنْ عَلَقٍ

096.002 Created man, out of a (mere) clot of congealed blood:

96.2] ทรงบังเกิดมนุษย์จากก้อนเลือด

096.003 اقْرَأْ وَرَبُّكَ الأكْرَمُ

096.003 Proclaim! And thy Lord is Most Bountiful,-

[96.3] จงอ่านเถิด และพระเจ้าของเจ้านั้นผู้ทรงใจบุญยิ่ง

096.004 الَّذِي عَلَّمَ بِالْقَلَمِ

096.004 He Who taught (the use of) the pen,-

[96.4] ผู้ทรงสอนการใช้ปากกา

096.005 عَلَّمَ الإنْسَانَ مَا لَمْ يَعْلَمْ

096.005 Taught man that which he knew not.

[96.5] ผู้ทรงสอนมนุษย์ในสิ่งที่เขาไม่รู้

 กระนั้นก็ตาม เราได้ศึกษาประวัติของท่านศาสดามูฮำหมัด (ซ.ล) แล้ว คงได้ประจักษ์ว่า ตลอดชีวิตของท่านนั้น ท่านไม่ได้เรียน ท่านอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ดังนั้น การที่ญิบรีลมาบอกให้ท่านอ่านและเขียนในเรื่องใดๆ แล้ว แน่นอนว่า สิ่งที่ผ่านจากท่านไปยังคนอื่นๆ นั้น จะถูกถ่ายทอดไปโดยไม่มีความเอนเอียงของข้อมูลอันเนื่องมาจากการมีทัศนคติของท่านเลย จุดนี้ คือ ความเที่ยงตรงของโองการจากอัลกุรอ่าน ที่ผ่านท่านศาสดา (ซ.ล.) มายังประชาชาติของท่าน นอกจากนี้ ประสบการณ์ในการเป็นพ่อค้าของท่าน ยังเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงความซื่อสัตย์ของท่าน การที่ท่านได้รับสมัญญาว่า “อัลอามีน” เป็นที่ประจักษ์กับคนทั้งหลายได้ถึงความซื่อสัตย์ในการทำหน้าที่ของท่าน และการที่ท่านได้ตัดสินในภารกิจการบูรณะอัลกะบะห์ อย่างประนีประนอมกับเผ่าชนกุเรซ เหล่านั้น เป็นที่มั่นใจในความเป็นคนตัดสินที่ดีแก่ปวงชนในสมัยนั้น บทบาทของท่านศาสดา ในลักษณะเช่นนี้ ย่อมเป้นแนวทางที่คนทั้งหลายจะให้ความมั่นใจในความ เที่ยงธรรมของท่าน ในการทำหน้าที่ที่จะได้รับมอบหมายกับภารกิจอันยิ่งใหญ่ที่มีต่อมวลชน และประชาชาติทั้งหลาย ในบทบาทของผู้สื่อสาร ผู้นำทาง และผู้ที่ทุกคำพูดและการกระทำของเขา จะถูกกระทำตาม ในอนาคตต่อไป

ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย

การที่พระองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ.) ทรงเลือกเฟ้นบุคคลที่จะมาทำหน้าที่สำคัญนี้ ด้วยมุ่งหวังที่จะให้บุคคลนี้ทำหน้าที่ชี้แนะให้กับประชาชาติทั้งหลาย แล้ว ทั้งคำพูด การกระทำของบุคคลท่านนี้ ย่อมเป็นแนวทางในการแสวงหาซึ่งความโปรดปราณจากพระองค์ ทุกๆ คำพูดและการกระทำ เป็นสิ่งที่บ่งบอกได้ว่า ความคิดของเขานั้นเป็นอย่างไร ในแต่ละโองการที่พระองค์ทรงสื่อสารกับประชาชาติของพระองค์โดยผ่านบุคคลท่านนี้ จะไม่ถูกเสริมเติมแต่งใส่สีใส่เนื้อหาอะไรต่างๆ เข้าไป ซึ่งจะเห็นว่า คุณค่าในอัลกุรอ่านทุกๆ โองการ ล้วนมีความทันสมัย ทันต่อเหตุการณ์ ทั้งๆ ที่การประทานอัลกรอ่านนั้น ผ่านมากว่า 1400 ปีแล้ว

ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาแล้วทั้งหลาย

ทุกๆ ปี ในเดือนร่อบีอุ้ลเอาวัล มุสลิมทั่วโลก ทราบดีว่า มีวันสำคัญวันหนึ่งที่ตรงกับวันคล้ายวันเกิดของท่าน หลายๆ ทราบดีว่า แม้แต่วันที่ท่านฮิจเราะห์จากมักกะห์ไปม่าดีนะห์ ก็ตรงกับเดือนนี้ และเช่นกัน ท่านถึงแก่อายั้ลของอัลลอฮ์(ซ.บ.) ก็อยู่ในเดือนนี้ หลายๆ ส่วนมีการเฉลิมฉลองกัน แต่บางส่วนก็มองว่า การเฉลิมฉลองดังกล่าวนั้น เป็นบิดอะห์ ที่สอดคล้องกับการกระทำของเหล่าคริสเตียนและยะฮูดี อย่างไรก็ตาม สิ่งที่กล่าวถึงในคุตบะห์ นี้ เป็นการรำลึกถึงความยิ่งใหญ่ของท่าน ตลอดชีวิตของท่านนั้น ล้วนมีหลายๆ สิ่งที่จะหยิบยกมากล่าวถึง เพื่อแสดงให้ท่านทั้งหลายได้เห็น และประจักษ์ในความยิ่งใหญ่เหล่านั้น ของท่าน ในทุกๆ เวลาของการละหมาดในแต่ละวัน มวลประชาชาติมุสลิมทั้งโลก ต่างแซ่ซ้องสรรเสริญท่านศาสดาในตะฮียัตครั้งสุดท้ายก่อนให้สลาม นั่นเป็นสิ่งที่เรามองเห็นในภาพรวมร่วมกันแล้วว่า มหาบุรุษผู้ยิ่งใหญ่แห่งโลกท่านนี้ มีแนวทางในการดำเนินชีวิตที่เราต้องแสดงออกให้เห็นว่า ในชีวิตของเรานั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะไม่ทิ้งแนวทางตามวจนะและการกระทำของท่าน จากโองการในซูเราะห์ มุฮำมัด ความว่า  

047.033 يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا أَطِيعُوا اللَّهَ وَأَطِيعُوا الرَّسُولَ وَلا تُبْطِلُوا أَعْمَالَكُمْ

047.033 O ye who believe! Obey Allah, and obey the messenger, and make not vain your deeds!

[47.33] โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย จงเชื่อฟังปฏิบัติตามอัลลอฮ์และจงเชื่อฟังปฏิบัติตามร่อซู้ลคนนี้เถิดและอย่าทำ

ให้การงานของพวกเจ้าไร้ประโยชน์

047.034 إِنَّ الَّذِينَ كَفَرُوا وَصَدُّوا عَنْ سَبِيلِ اللَّهِ ثُمَّ مَاتُوا وَهُمْ كُفَّارٌ فَلَنْ يَغْفِرَ اللَّهُ لَهُمْ

047.034 Those who reject Allah, and hinder (men) from the Path of Allah, then die rejecting Allah,- Allah will not forgive them.

[47.34] แท้จริง บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาและปิดกั้นให้ห่างจากทางของอัลลอฮ์แล้วพวกเขาตายลงทั้ง ๆ ที่พวกเขา

เป็นผู้ปฏิเสธศรัทธาอยู่ อัลลอฮ์จะไม่ทรงอภัยโทษให้พวกเขาเลย

047.035 فَلا تَهِنُوا وَتَدْعُوا إِلَى السَّلْمِ وَأَنْتُمُ الأعْلَوْنَ وَاللَّهُ مَعَكُمْ وَلَنْ يَتِرَكُمْ أَعْمَالَكُمْ

047.035 Be not weary and faint-hearted, crying for peace, when ye should be uppermost: for Allah is with you, and will never put you in loss for your (good) deeds.

 [47.35] ดังนั้น พวกเจ้าอย่าท้อแท้และเรียกร้องไปสู่การสงบศึก เพราะพวกเจ้าเป็นผู้อยู่เหนือสุด และอัลลอฮ์ทรง

อยู่ร่วมกับพระเจ้าและพระองค์จะไม่ทรงลิดรอนผลตอบแทนแห่งการงานของพวกเจ้า

ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย

มหาบุรุษผู้ยิ่งใหญ่แห่งโลก ได้จากเราไปแล้ว แต่สิ่งที่ท่านทิ้งไว้เป็นมรดกที่มีคุณค่าที่ไม่มีวันย่อยสลายไปตามสภาพร่างกายของคนนั่นก็คือ ซุนนะห์ ซึ่งเป็นแนวทางของท่าน วันนี้ เรารักษาซุนนะห์ของท่านไว้อย่างไร เราปิดกั้นเส้นบางๆ ระหว่างขาวและดำ มืดกับสว่าง ดีกับชั่วไว้อย่างไรบ้าง สิ่งเหล่านี้ แม้ใกล้ชิดกันเท่าไร ก็มีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด แต่แนวทางตามซุนนะห์ของท่านศาสดา เป็นแนวทางที่เข้มแข็ง ไม่โอนอ่อนผ่านตามความต้องการที่ซ่อนเร้นในใจของคน เป็นแนวทางที่บ่งบอกให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างสองสิ่งออกมาให้เห็นได้อย่างแจ่มชัด เป็นแนวปฏิเสธความไม่ถูกต้องที่ละมุนละม่อมแต่เข้มแข็งที่สุด วันนี้ จิตใจของเราอาจไม่เข้มแข็งกับสิ่งต่างๆ ที่ฝังลึกในจิตใจของเรา แต่มั่นเป็นสิ่งที่อ่อนแอที่สุด หากเปรียบเทียบกับความเข้มแข็งแห่งอีหม่าน ตามซุนนะห์ของท่านศาสดา ดังนั้น การที่เราได้ศึกษาส่วนหนึ่งแห่งประวัติศาสตร์ของท่านศาสดาแล้ว เราก็จะได้พบกับความจริงในบริบทหนึ่งแห่งแนวทางในชีวิตและผลงานของท่าน ขอให้เราจงมีอิหม่านที่เข้มแข็ง

 

 

  إِنَّ اللَّهَ وَمَلائِكَتَهُ يُصَلُّونَ عَلَى النَّبِيِّ يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا صَلُّوا عَلَيْهِ وَسَلِّمُوا تَسْلِيمًا

رَبَّنَا آتِنَا فِي الدُّنْيَا حَسَنَةً وَفِي الآخِرَةِ حَسَنَةً وَقِنَا عَذَابَ النَّارِ

إِنَّ اللَّهَ يَأْمُرُ بِالْعَدْلِ وَالإحْسَانِ وَإِيتَاءِ ذِي الْقُرْبَى وَيَنْهَى عَنِ الْفَحْشَاءِ وَالْمُنْكَرِ وَالْبَغْيِ يَعِظُكُمْ لَعَلَّكُمْ تَذَكَّرُونَ

 سُبْحَانَ رَبِّكَ رَبِّ الْعِزَّةِ عَمَّا يَصِفُونَ

 وَسَلامٌ عَلَى الْمُرْسَلِينَ

وَالْحَمْدُ لِلَّهِ رَبِّ الْعَالَمِينَ

ว่าบิ้ลลาฮิเตาฟีก วั้ลฮิดายะห์

วัสสลาม

มูฮำหมัด   สันประเสริฐ

อ้างอิง

 Text Copied from DivineIslam’s Qur’an Viewer software v2.9

อัลกุรอ่านฉบับภาษาไทย สมาคมนักเรียนเก่าอาหรับ ดำเนินการจัดพิมพ์โดยกระทรวงกิจการฮัจย์ แห่งราชอาณาจักรซาอุดิอาเบีย   

อัลฮาดีซ  :   Hadith of The Day  V 1.0  Freeware by FaridAnasri  avater@muslimonline.com    (www.beconvinced.com

คุตบะห์วันศุกร์ 28 ซอฟัร 1431 (วันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553)

มิมบัรออนไลน์

คุตบะห์วันศุกร์ 28 ซอฟัร 1431 (วันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553)

 อยากให้ความรักกับคนทั้งโลก

 الْحمْدُ لِلَّهِ رَبِّ الْعَالَمِينَ

มวลการสรรเสริญเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮ์ ผู้ทรงอภิบาลโลกทั้งหลาย

ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย

เป็นอีกสัปดาห์หนึ่งที่เราท่านทั้งหลาย ได้ผ่านพ้นประสบการณ์แห่งชีวิต และการถูกทดสอบจากพระองค์ ขอให้กระผมและท่านทั้งหลายจงยำเกรงต่อพระองค์ และตั้งตนอยู่ในแนวทางอันเที่ยงตรงแห่งพระองค์ ชิวิตของเราทุกคน จะต้องกลับไปยังพระองค์ สิ่งที่เราต้องนำพาไปในวันแห่งการตัดสิน หาใช่ทรัพย์สิน หรือจำนวนลูกหลาน และสรรพสิ่งต่างๆ ที่เราได้แสวงหาเอาไว้ไม่ เราทุกคนต้องกลับไปยังพระองค์ด้วยชีวิตและอาม้านที่ดีด้วยจิตที่มุ่งตรงต่อพระองค์ มิใช่อาม้านที่เราอวดอ้างต่อเพื่อมนุษย์ให้เกิดการเยินยอหรือดีใจในสิ่งใดๆ ทั้งสิ้น ดังนั้น ในทุกๆ อิริยาบถของเรา จงแสดงออกถึงความมุ่งมั่นปรารถนาดีต่อพระองค์ ยำเกรงต่อพระองค์ เพราะนั่นคือชัยชนะของพวกเรา

ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย

เทศกาลวันวาเลนไทน์ เป็นความเชื่อและแนวปฏิบัติของเหล่าชาวคริสเตียน เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับแนวคิดความเชื่อที่มีการตั้งภาคีต้อพระองค์ ดังนั้น ในสถานะของความเป็นมุสลิมและเป็นบ่าวที่ดีต่อพระองค์แล้ว เราต้องหลีกห่าง ออกห่างไกลจากแนวคิดดังกล่าวเหล่านั้น เพราะจะทำให้เราเป็นส่วนหนึ่งของพวกเขาเหล่านั้น และสุดท้ายเราก็จะเป็นกลุ่มหนึ่งจากพวกเขา เป็นกลุ่มที่อยู่ร่วมกันกับพวกเขาในวันแห่งการตอบแทน ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย แท้จริงแล้ว ความรักที่เป็นสากล และมั่นคงยั่งยืนที่สุด นั่นคือ ความรักที่พระองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ.) มีให้กับบ่าวของพระองค์ เป็นความรักหาสิ่งใดมาทดแทนไม่ได้ ความรักของพระองค์ต่อปวงบ่าวของพระองค์นั้น ไม่มีสิ่งใดจะทดแทนได้ เป็นความรักที่มีแต่การให้ ให้ทุกๆ สิ่งทุกๆ อย่าง แต่สิ่งที่พระองค์ต้องการจากบ่าวของพระองค์ คือการแสดงออกถึงความยำเกรงต่อพระองค์ ขอคุณต่อพระองค์ ตออัตต่อพระองค์ ด้วยการอิบาดัรต่อพระองค์ และการแสดงออกนั้น ต้องมาจากรากฐานแห่งการศรัทธาที่แน่วแน่ต่อพระองค์ ดังนั้น หากเราถูกถามว่า ใครคือคนที่เรารักมากที่สุด ถ้ามองคนที่ใกล้ตัว อาจเป็นพ่อ แม่ ลูก ภรรยา สามี หรือ พี่น้อง ญาติ ของเรา แต่เหนือยิ่งกว่านั้น เราต้องรักในพระองค์ เพราะพระองค์ นั้น รักมนุษย์ทุกคน โดยสิ่งที่จะมาแลกเปลี่ยนด้วยความรักต่อพระองค์นั้น หาใช่สิ่งอื่นใดไม่ นั่นคือการตักว่ายำเกรงต่อพระองค์ วันนี้ราแสดงออกถึงความรักของเราที่มีต่อพระองค์แล้วหรือยัง

 إِنَّ اللَّهَ وَمَلائِكَتَهُ يُصَلُّونَ عَلَى النَّبِيِّ يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا صَلُّوا عَلَيْهِ وَسَلِّمُوا تَسْلِيمًا رَبَّنَا آتِنَا فِي الدُّنْيَا حَسَنَةً وَفِي الآخِرَةِ حَسَنَةً وَقِنَا عَذَابَ النَّارِ إِنَّ اللَّهَ يَأْمُرُ بِالْعَدْلِ وَالإحْسَانِ وَإِيتَاءِ ذِي الْقُرْبَى وَيَنْهَى عَنِ الْفَحْشَاءِ وَالْمُنْكَرِ وَالْبَغْيِ يَعِظُكُمْ لَعَلَّكُمْ تَذَكَّرُونَ سُبْحَانَ رَبِّكَ رَبِّ الْعِزَّةِ عَمَّا يَصِفُونَ وَسَلامٌ عَلَى الْمُرْسَلِينَ وَالْحَمْدُ لِلَّهِ رَبِّ الْعَالَمِينَ

ว่าบิ้ลลาฮิเตาฟีก วั้ลฮิดายะห์

วัสสลาม

มูฮำหมัด สันประเสริฐ

คุตบะห์วันศุกร์ 21 ซอฟัร 1431 (วันศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553)

มิมบัรออนไลน์

คุตบะห์วันศุกร์ 21 ซอฟัร 1431    (วันศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์  พ.ศ. 2553)

 วันสุข หรือ วันศุกร์ ?

  الْحَمْدُ لِلَّهِ رَبِّ الْعَالَمِينَ

มวลการสรรเสริญเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮ์ ผู้ทรงอภิบาลโลกทั้งหลาย

ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย

เราท่านทั้งหลายท่านมุ่งแสวงหาความโปรดปราณจากพระองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ.) ด้วยกันทั้งสิ้น ขอให้กระผมและท่านทั้งหลายจงยำเกรงต่อพระองค์ให้มากที่สุด เพราะสำหรับพระองค์นั้น คือสิ่งปรารถนาที่เป็นจุดหมายปลายทางที่ทุกคนมุ่งมั่นใฝ่หา แต่อีกหลายๆ คนกลับคิดไปอีกด้านหนึ่งแล้วเขาเหล่านั้นจะมีที่ไปอย่างไร ขอให้พวกเราจงยึดมั่นแนวทางอันเที่ยงตรงของพระองค์ แนวทางที่พระองค์ทรงรัก ทรงให้อภัย ทรงโปรดปราณและทรงชี้แนะในสิ่งที่ดีงาม

ท่านทั้งหลาย

ความสุขของมนุษย์ คืออะไร หลายๆ ท่านต่างมุ่งหน้าเพื่อแสวงหาความสุข  ซึ่งความสุขของแต่ละคนจะแตกต่างกันออกไป ความสุขของคนยากจน คือเวลาที่เขาได้ทรัพย์สิน หรืออาหารอันโอชะ ความสุขของคนร่ำรวย คือเวลาที่พวกเขาได้รับทรัพย์สินงอกเงยขึ้นตามความปรารถนาของพวกเขา ความสุขของประชาชนที่หาเช้ากินค่ำ ก็คือเวลาที่เขาจะได้บริโภคอาหารและผลิตภัณฑ์อันเกิดจากหยาดเหงื่อแรงงานของพวกเขา ความสุขของแต่ละคน ขึ้นอยู่กับว่าเวลาใดที่เขาจะแสวงหาซึ่งความสุข ซึ่งความสุขของคนทำงานโดยทั่วไปคือวันสุดท้ายของการทำงานในรอบสัปดาห์ จะเห็นว่าเวลาแห่งความสุขของแต่ละคน เป็นเวลาที่เขาเหล่านั้นจะแสดงออกถึงกิริยาอาการที่บ่งบอกถึงการยกเอาความทุกข์จากการเหนื่อยหล้าจากการทำงานออกไป ให้เหลือเพียงความสุขที่เข้ามาแทน หลายๆ คนต่างพากันเฉลิมฉลองกันในวันแห่งความสุขนั้น ซึ่งจะเห็นได้ว่า เขาเหล่านั้นแสดงออกให้เห็นถึงการเฉลิมฉลองในวันแห่งความสุขนั้น โดยมีวิธีการที่แตกต่างกันออกไป บางคนอาจอยากพักผ่อนปรับอิริยาบถของเขา บางคนพักผ่อนโดยการไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ บางคนอาจชอบความสนุกสนานสำราญกับการกินดื่มกับเพื่อนฝูงมากมาย ดังนั้น ความสุขที่ทุกคนต่างแสวงหานั้นมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่สำหรับบรรดามุสลิมทั้งหลายแล้ว วันแห่งความสุขในรอบสัปดาห์ของเรา คือ วันศุกร์ ซึ่งจะเริ่มเข้าเวลาของวันศุกร์ คือ เวลามัฆริบของย่ำค่ำของวันพฤหัสบดี จนกระทั่งหมดเวลาอัสริในวันศุกร์ กิจวัตรของมุสลิมในวันศูกร์ แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับบรรดาประชาชนทั้งหลาย เพราะการแสวงหาซึ่งความสุขของพี่น้องมุสลิม นั่นคือการมุ่งแสวงหาความโปรดปราณจากพระองค์ เป็นความโปรดปราณที่มุ่งหน้าสู่พระองค์ ทั้งการทำอิบาดัรทั้งซิเกร การอ่านอัลกุรอ่าน การขอดุอาร์ต่อพระองค์ ตลอดจนการบริจาคซ่ากาตในวันศุกร์

ท่านพี่น้องทั้งหลาย

อิบาดัรที่สำคัญยิ่งในวันศุกร์ นั่นคือ การละหมาดวันศุกร์  การฟังอัลคุตบะห์ ที่อิหม่ามและคอเต็บแต่ละมัสยิดจะหยิบยกประเด็นมาทบทวน ชี้นำ ชี้แนะให้กับท่านทั้งหลายให้อยู่ในแนวทางแห่งอัลอิสลาม และยำเกรงต่อพระองค์ ไม่มีใครที่จะอยู่ยั้งยืนยงได้ตลอดหากแต่แต่ละคนนั้น ต้องกลับไปหาพระองค์ทั้งสิ้น มนุษย์อาจต้องการเวลาเพื่อที่เขาทั้งหลายจะได้แสวงหาปัจจัยยังชีพของพวกเขา และครอบครัวของเขา แต่มนุษย์ก็จำเป็นต้องแบ่งเวลาไว้สำหรับการทำอิบาดัรต่อพระองค์ด้วยเช่นกัน แม้นมนุษย์ทั้งหลายต้องการแสวงหาความสุข หาช่วงเวลาแห่งความสุข แต่ช่วเวลาที่ดีสำหรับมนุษย์นั้น คือวันศุกร์ เป็นวันหนึ่งที่พระองค์ทรงรับรองว่า มีเวลาที่ดีที่สุดที่พระองค์ทรงโปรดปราณรับดุอาร์ของเหล่าผู้ศรัทธาทั้งหลาย ดังนั้น จึงขอหยิบยกโองการอัลญุมุอะฮ์  อายะห์ที่ 062.008-011 (Al-Jumua [The Congregation, Friday]) ความว่า

062.008 قُلْ إِنَّ الْمَوْتَ الَّذِي تَفِرُّونَ مِنْهُ فَإِنَّهُ مُلاقِيكُمْ ثُمَّ تُرَدُّونَ إِلَى عَالِمِ الْغَيْبِ وَالشَّهَادَةِ فَيُنَبِّئُكُمْ بِمَا كُنْتُمْ تَعْمَلُونَ

062.008 Say: “The Death from which ye flee will truly overtake you: then will ye be sent back to the Knower of things secret and open: and He will tell you (the truth of) the things that ye did!”

[62.8] จงกล่าวเถิดมุฮัมมัด แท้จริงความตายที่พวกท่านหนีจากมันไปนั้นมันจะมาพบกับพวกท่าน แล้วพวกท่านจะถูกนำกลับไปยังพระผู้ทรงรอบรู้สิ่งเร้นลับและสิ่งเปิดเผย แล้วพระองค์จะทรงแจ้งแก่พวกท่านตามที่พวกท่าน

ได้ประกอบกรรมไว้

062.009 يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا إِذَا نُودِيَ لِلصَّلاةِ مِنْ يَوْمِ الْجُمُعَةِ فَاسْعَوْا إِلَى ذِكْرِ اللَّهِ وَذَرُوا الْبَيْعَ ذَلِكُمْ خَيْرٌ لَكُمْ إِنْ كُنْتُمْ تَعْلَمُونَ

062.009 O ye who believe! When the call is proclaimed to prayer on Friday (the Day of Assembly), hasten earnestly to the Remembrance of Allah, and leave off business (and traffic): That is best for you if ye but knew!

[62.9] โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย เมื่อได้มีเสียงร้องเรียก (อะซาน) เพื่อทำละหมาดในวันศุกร์ ก็จงรีบเร่งไปสู่การรำลึกถึงอัลลอฮ์ และจงละทิ้งการค้าขายเสีย นั่นเป็นการดีสำหรับพวกเจ้าหากพวกเจ้ารู้

062.010 فَإِذَا قُضِيَتِ الصَّلاةُ فَانْتَشِرُوا فِي الأرْضِ وَابْتَغُوا مِنْ فَضْلِ اللَّهِ وَاذْكُرُوا اللَّهَ كَثِيرًا لَعَلَّكُمْ تُفْلِحُونَ

062.010 And when the Prayer is finished, then may ye disperse through the land, and seek of the Bounty of Allah: and celebrate the Praises of Allah often (and without stint): that ye may prosper.

[62.10] ต่อเมื่อการละหมาดได้สิ้นสุดลงแล้วก็จงแยกย้ายกันไปตามแผ่นดินและจงแสวงหาความโปรดปรานของอัลลอฮ์ และจงรำลึกถึงอัลลอฮ์ให้มาก ๆ เพื่อว่าพวกเจ้าจะได้รับชัยชนะ

062.011 وَإِذَا رَأَوْا تِجَارَةً أَوْ لَهْوًا انْفَضُّوا إِلَيْهَا وَتَرَكُوكَ قَائِمًا قُلْ مَا عِنْدَ اللَّهِ خَيْرٌ مِنَ اللَّهْوِ وَمِنَ التِّجَارَةِ وَاللَّهُ خَيْرُ الرَّازِقِينَ

062.011 But when they see some bargain or some amusement, they disperse headlong to it, and leave thee standing. Say: “The (blessing) from the Presence of Allah is better than any amusement or bargain! and Allah is the Best to provide (for all needs).”

[62.11] และเมื่อพวกเขาได้เห็นการค้าและการละเล่นพวกเขาก็กรูกันไปที่นั้นและปล่อยเจ้าให้ยืนอยู่คนเดียว จงกล่าวเถิดมุฮัมมัด สิ่งที่มีอยู่ ณ อัลลอฮ์นั้นดีกว่าการละเล่นและการค้าและอัลลอฮ์นั้นทรงเป็นเลิศยิ่งในหมู่ผู้

ประทานปัจจัยยังชีพ

ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย

ขอให้กระผมและท่านทั้งหลาย จงแสวงหาความโปรดปราณจากพระองค์ แม้ว่าเราจะไม่ใช่ผู้มีชื่อเสียง เราไม่ใช่ข้าราชการที่มีตำแหน่งใหญ่โต เราไม่ใช่นักการเมืองในรัฐสภาที่มีอิทธิพลต่อการบริหารประเทศ เราไม่ใช่นักบริหารกิจการขนาดใหญ่ที่มีสินทรัพย์มากมายมหาศาล เราไม่ใช่ผู้มีอิทธิพลที่จะบีบบังคับให้ใครกระทำตามอำนาจบาดใหญ่ เราไม่ใช่ผู้นำชุมชนที่มุ่งแสวงหาฐานทางการเมืองของนักการเมือง เราไม่ใช่คู่ขัดแย้งในสังคมที่แสวงหาพวกหรือฐานคะแนนเสียงจัดทั้ง แต่เราเป็นมุสลิม เราเป็นบ่าวที่ดีของพระองค์ เราปฏิบัติในสิ่งที่พระองค์ทรงใช้และละเว้นในสิ่งที่พระองค์ทรงห้าม เราทำตามกิริยาวัตรอันดีงามของท่านร่อซูรุ้ลลอฮ์ (ซ.ล) เรายึดมั่นคัมภีร์ของพระองค์ที่ประทานให้กับบรรดาร่อรู้ลของพระองค์ พวกเรายึดมั่นและเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนจะต้องถูกสอบสวนในวันกิยามัต และเราทุกคนเชื่อในกฎสภาวะของพระองค์ แต่ทั้งนี้แล้ว เราต่างมุ่งขอดุอาร์ต่อพระองค์และยอมรับในการทดสอบจากพระองค์ เพราะนั้น คือสุดยอดปรารถนาในความสุขที่มุสลิมทั้งหลายต่างมุ่งมั่นแสวงหา ทุกคนมุ่งที่จะใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ในวันสุข แต่มุสลิมทุกๆ คน ต่างแสวงหาความโปรดปราณจากพระองค์ให้ได้ซึ่งความสุข จากการแบ่งเวลาที่จะทำอิบาดัรต่อพระองค์และเวลาที่จะมุ่งมั่นทำมาหากิน โดยที่เป็นสิ่งเราต่างมุ่งแสวงหาความโปรดปราณจากพระองค์ อิริยาบทของมุสลิมไม่เพียงใช้เวลาแห่งความสุขไปโดยเปล่าประโยชน์ หากแต่ว่า ช่วงเวลาแห่งความสุขของมุสลิมนั้น มีพื้นฐานมาจากความศรัทธาต่อพระองค์ และเราใช้เวลาแห่งความสุขนั้น ตามแนวทางของพระองค์  

  إِنَّ اللَّهَ وَمَلائِكَتَهُ يُصَلُّونَ عَلَى النَّبِيِّ يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا صَلُّوا عَلَيْهِ وَسَلِّمُوا تَسْلِيمًا

رَبَّنَا آتِنَا فِي الدُّنْيَا حَسَنَةً وَفِي الآخِرَةِ حَسَنَةً وَقِنَا عَذَابَ النَّارِ

إِنَّ اللَّهَ يَأْمُرُ بِالْعَدْلِ وَالإحْسَانِ وَإِيتَاءِ ذِي الْقُرْبَى وَيَنْهَى عَنِ الْفَحْشَاءِ وَالْمُنْكَرِ وَالْبَغْيِ يَعِظُكُمْ لَعَلَّكُمْ تَذَكَّرُونَ

 سُبْحَانَ رَبِّكَ رَبِّ الْعِزَّةِ عَمَّا يَصِفُونَ

 وَسَلامٌ عَلَى الْمُرْسَلِينَ

وَالْحَمْدُ لِلَّهِ رَبِّ الْعَالَمِينَ

ว่าบิ้ลลาฮิเตาฟีก วั้ลฮิดายะห์

วัสสลาม

มูฮำหมัด   สันประเสริฐ

อ้างอิง

 Text Copied from DivineIslam’s Qur’an Viewer software v2.9

อัลกุรอ่านฉบับภาษาไทย สมาคมนักเรียนเก่าอาหรับ ดำเนินการจัดพิมพ์โดยกระทรวงกิจการฮัจย์ แห่งราชอาณาจักรซาอุดิอาเบีย   

อัลฮาดีซ  :   Hadith of The Day  V 1.0  Freeware by FaridAnasri  avater@muslimonline.com    (www.beconvinced.com

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.